ขออนุมัติดำเนินโครงการปรับปรุงระบบชลประทานเจ้าพระยาฝั่งตะวันออกตอนล่าง

Category: มติ ครม.
Published on Thursday, 17 September 2026 08:46
Hits: 206

ขออนุมัติดำเนินโครงการปรับปรุงระบบชลประทานเจ้าพระยาฝั่งตะวันออกตอนล่าง

 

Gov 8

 

          คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติในหลักการให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยกรมชลประทานดำเนินโครงการปรับปรุงระบบชลประทานเจ้าพระยาฝั่งตะวันออกตอนล่าง ภายในกรอบวงเงินรวม 95,000,000,000 บาท ระยะเวลาดำเนินโครงการ 6 ปี (ปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 - พ.ศ. 2575) และอนุมัติให้กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ โดยสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) พิจารณาแผนรองรับเพื่อแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยของประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากโครงการฯ ให้สอดคล้องกับแผนดำเนินโครงการ ตามที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (กษ.) เสนอ ตามความเห็นของสำนักงบประมาณ (สงป.) โดยให้กระทรวงการคลังจัดหาแหล่งเงินกู้ตามแผนบริหารหนี้สาธารณะ สำหรับอัตราส่วนของแหล่งเงินกู้และเงินงบประมาณให้เป็นไปตามที่กระทรวงการคลังทำความตกลงกับแหล่งเงินกู้ และดำเนินการตามมาตรา 7 และมาตรา 22 ของพระราชบัญญัติการบริหารหนี้สาธารณะ พ.ศ. 2548 และที่แก้ไขเพิ่มเติม รวมทั้งระเบียบและกฎหมายที่เกี่ยวข้องตามขั้นตอนต่อไป

          สาระสำคัญของเรื่อง

          1. ปัญหาอุทกภัยที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องในพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยาก่อให้เกิดความเสียหายกับพื้นที่เกษตรกรรมและอุตสาหกรรม รวมทั้งชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน สาเหตุหนึ่งเนื่องมาจากปริมาณฝนที่ตกในพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยามีปริมาณมากจนเกินขีดความสามารถในการระบายน้ำลงสู่ลุ่มน้ำเจ้าพระยาตอนล่างและออกสู่อ่าวไทยได้ทัน ดังนั้น กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (กษ.) โดยกรมชลประทานและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ กระทรวงคมนาคม (คค.) และกระทรวงมหาดไทย (มท.) จึงได้จัดทำแผนบรรเทาอุทกภัยเจ้าพระยาตอนล่างเพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว โดยมีเป้าหมายสำคัญคือการเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำบริเวณหน้าเขื่อนเจ้าพระยาจากเดิม
3,425 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาทีเป็น 4,295 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที รวมทั้งเพิ่มขีดความสามารถในการระบายน้ำลงสู่ลุ่มน้ำเจ้าพระยาตอนล่างและอ่าวไทย จากเดิม 252 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เป็น 1,630 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ผ่านการปรับปรุงคลองและอาคารบังคับน้ำให้สามารถรองรับและบริหารจัดการน้ำหลากได้อย่างมีประสิทธิภาพ รองรับสถานการณ์น้ำท่วมที่มีแนวโน้มรุนแรงขึ้นในอนาคต และแก้ไขปัญหาอุทกภัยอย่างยั่งยืน ทั้งนี้ แผนบรรเทาอุทกภัยในลุ่มน้ำเจ้าพระยาตอนล่างครอบคลุมพื้นที่จำนวน 17 จังหวัด (ตั้งแต่จังหวัดชัยนาทจนถึงจังหวัดสมุทรสาคร) ประกอบด้วยแผนงานทั้งหมด 9 กลุ่มแผนงาน ดังนี้

 

กลุ่มแผนงาน/โครงการ/หน่วยงานรับผิดชอบหลัก

 

รายละเอียด/สถานภาพโครงการ

ฝั่งตะวันออกของแม่น้ำเจ้าพระยา (เดิม 160 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เป็น 960 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที)

1

ปรับปรุงระบบชลประทานเจ้าพระยา ฝั่งตะวันออกตอนล่าง [กรมชลประทาน (กษ.)]

 

เพิ่มอัตราการระบายน้ำผ่านระบบชลประทานเดิมลงสู่ชายทะเลอ่าวไทย (เสนอคณะรัฐมนตรีในครั้งนี้)

2

คลองระบายน้ำหลากชัยนาท - ป่าสัก - อ่าวไทย

[กรมชลประทาน (กษ.)]

 

เพิ่มความสามารถในการระบายน้ำของคลองชัยนาท - ป่าสัก และระบายน้ำหลากจากแม่น้ำป่าสักและแม่น้ำเจ้าพระยาออกสู่ทะเลได้อย่างต่อเนื่อง (ยังไม่ได้ดำเนินการ)

3

คลองระบายน้ำควบคู่กับถนนวงแหวนรอบที่ 3

[กรมชลประทาน (กษ.)]

 

เพิ่มการระบายน้ำจากบริเวณพื้นที่จังหวัดอยุธยา โดยลดภาระการระบายน้ำของแม่น้ำเจ้าพระยาให้ผ่านคลองระบายน้ำคู่ถนนวงแหวน เพื่อระบายน้ำลงสู่ชายทะเลอ่าวไทย (ยังไม่ได้ดำเนินการ)

ฝั่งตะวันตกของแม่น้ำเจ้าพระยา (เดิม 465 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เป็น 535 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที)

4

ปรับปรุงโครงข่ายระบบชลประทานฝั่งตะวันตก

[กรมชลประทาน (กษ.)]

 

ลดภาระการระบายน้ำลงสู่แม่น้ำท่าจีนและแม่น้ำเจ้าพระยา โดยระบายน้ำแนวเหนือใต้ ตั้งแต่คลองเจ้าเจ็ดบางยี่หนจนถึงอ่าวไทย (ยังไม่ได้ดำเนินการ)

แม่น้ำ (เดิม 252 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เป็น 1,630 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที)

5

เพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำแม่น้ำเจ้าพระยา [กรมเจ้าท่า (คค.)]

 

ขุดลอกแม่น้ำเจ้าพระยาให้สามารถระบายน้ำได้เพิ่มขึ้นที่ระดับตลิ่ง และที่ระดับคันกั้นน้ำสามารถระบายน้ำได้ (ดำเนินการแล้วเสร็จ)

6

การบริหารจัดการพื้นที่นอกคันกั้นน้ำ

[กรมโยธาธิการและผังเมือง (มท.)]

 

จัดการพื้นที่นอกคันกั้นน้ำ เพื่อป้องกันปัญหาน้ำท่วม (เป็นการดำเนินการต่อเนื่องกับกลุ่มแผนงานที่ 5) (ดำเนินการแล้วเสร็จ)

7

คลองระบายน้ำหลากบางบาล - บางไทร

[กรมชลประทาน (กษ.)]

 

เพิ่มการระบายน้ำเลี่ยงเมืองอยุธยา เพื่อป้องกันปัญหาน้ำท่วม (อยู่ระหว่างดำเนินการ)

8

เพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำแม่น้ำท่าจีน

[กรมเจ้าท่า (คค.)]

 

บรรเทาปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่ลุ่มต่ำริมแม่น้ำ ท่าจีนโดยขุดลอกแม่น้ำในบริเวณคอขวดและปรับปรุงคลองลัดธรรมชาติเดิม (อยู่ระหว่างดำเนินการ)

9

พื้นที่รับน้ำนอง [กรมชลประทาน (กษ.)]

 

เพิ่มพื้นที่รับน้ำบริเวณลุ่มน้ำเจ้าพระยาตอนล่าง (ดำเนินการแล้วเสร็จ)

 

          2. โครงการปรับปรุงระบบชลประทานเจ้าพระยาฝั่งตะวันออกตอนล่าง (โครงการฯ) ที่กรมชลประทาน (กษ.) เสนอในครั้งนี้ เป็นหนึ่งในแผนบรรเทาอุทกภัยในลุ่มน้ำเจ้าพระยาตอนล่าง มีกำหนดแผนงานโครงการฯ 6 ปี (ปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 - 2575) ใช้กรอบวงเงินทั้งสิ้น 95,000 ล้านบาท เพื่อดำเนินการปรับปรุงโครงข่ายคลองชลประทานเดิม จำนวน 22 คลองหลัก ความยาวรวม 462.8 กิโลเมตร และก่อสร้าง/ปรับปรุงอาคารชลประทานจำนวน 23 อาคาร (ก่อสร้างใหม่ 12 อาคาร ปรับปรุงอาคารบังคับน้ำ 10 อาคาร และ ปรับปรุงสถานีสูบน้ำ 1 อาคาร) ในพื้นที่ฝั่งตะวันออกของแม่น้ำเจ้าพระยา โดยเพิ่มศักยภาพในการรับน้ำเข้าผ่านคลองระพีพัฒน์จากเดิม 210 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เป็น 400 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที และบริหารจัดการน้ำผ่านการระบายออกทางแม่น้ำเจ้าพระยา 100 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที แม่น้ำนครนายกและแม่น้ำบางปะกง รวม 156 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที และส่วนที่เหลือ 144 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ระบายลงสู่คลองชายทะเลเพื่อสูบน้ำออกทะเล ซึ่งจะสามารถป้องกันและลดปัญหาน้ำท่วมบริเวณพื้นที่ชุมชนและเขตเศรษฐกิจที่สำคัญได้ 298,250 ไร่

          3. คณะกรรมการลุ่มน้ำเจ้าพระยามีมติรับทราบการดำเนินงานโครงการฯ คณะกรรมการลุ่มน้ำบางปะกงได้มีมติเห็นชอบในหลักการโครงการฯ โดยมีเงื่อนไขให้กรมชลประทานดำเนินการตามความเห็นคณะกรรมการลุ่มน้ำบางปะกง 7 ข้อ เช่น จัดทำรายละเอียดระดับน้ำที่ระบายจากแม่น้ำบางปะกงมายังพื้นที่แม่น้ำปราจีนบุรีและแม่น้ำนครนายก ว่าจากเดิมก่อนดำเนินการตามโครงการฯ ในช่วงน้ำหลาก ระดับน้ำจนถึงตลิ่งมีความสูงเท่าใด และหากดำเนินการก่อสร้างแล้วมีการระบายน้ำในปริมาณที่มากขึ้น จะส่งผลให้น้ำมีระดับความสูงเพิ่มขึ้นมากน้อยเพียงใด และส่งผลให้เกิดน้ำท่วมในพื้นที่หรือไม่ คณะกรรมการทรัพยากรนำแห่งชาติ (กนช.) ในการประชุมครั้งที่ 1/2568 เมื่อวันที่ 6 มกราคม 2568 ได้มีมติเห็นชอบโครงการฯ วงเงิน 95,000 ล้านบาท ระยะเวลาดำเนินการ 6 ปี แต่เนื่องจากโครงการฯ มีวงเงินสูงและมีส่วนที่เป็นเงินกู้ร่วมด้วย กนช. จึงขอให้หน่วยงานดำเนินการความเห็นของฝ่ายเลขานุการและกรรมการ รวมถึงข้อสั่งการของประธาน เช่น ให้กรมชลประทานเร่งรัดจัดทำแผนการจัดการสิ่งรุกล้ำร่วมกับสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) (พอช.) และ มท. ที่อยู่ภายในเขตคลองให้สอดคล้องกับแผนงานก่อสร้างทั้งโครงการ รวมทั้งในการเสนอแผนขอรับการสนับสนุนเงินกู้ให้ดำเนินการสอดคล้องกับแผนการดำเนินโครงการฯ สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติได้พิจารณาโครงการฯ แล้ว เมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน 2568 มีมติ เช่น เห็นควรเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณากำหนดเป็นเงื่อนไขของการอนุมัติโครงการฯ โดยเห็นควรให้กรมชลประทานพิจารณาจัดทำแผนงานก่อสร้างออกเป็นระยะ ๆ (Phasing) ตามความสามารถในการส่งมอบที่ดินให้ผู้รับจ้างก่อสร้างโครงการฯ ส่วนของความเหมาะสมของแหล่งเงินเห็นควรให้เป็นไปตามความเห็นของสำนักงบประมาณ (สงป.) และกระทรวงการคลัง (กค.) 

          4. กค. กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) คค. กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) มท. สงป. สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (สคก.) สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) และสำนักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (สคทช.) ได้เสนอความเห็นเพื่อประกอบการพิจารณาของคณะรัฐมนตรี โดย พม. คค. ทส. มท. สงป. สคทช. เห็นชอบ และ กค. พม. คค. ทส. สคก. สศช. และ สทนช. มีความเห็นเพิ่มเติม เช่น กค. เห็นควรให้กรมชลประทานจัดลำดับแผนงานก่อสร้างโครงการเป็นระยะ ๆ (Phasing) ตามความพร้อมในการส่งมอบที่ดินสำหรับพื้นที่ตามแนวคลองที่พบปัญหาสิ่งรุกล้ำลำน้ำตามความเห็นของสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และ สทนช. เห็นควรพิจารณา ก่อสร้างคลองแนวดิ่ง (เหนือ - ใต้) ก่อนเป็นลำดับแรก เพื่อระบายน้ำออกสู่ทะเลได้โดยตรง ทั้งนี้ กรมชลประทาน (กษ.) ได้ชี้แจงตามประเด็นความเห็นของ กค. สคก. และ สทนช. ด้วยแล้ว

 

 

(โปรดตรวจสอบมติคณะรัฐมนตรีที่เป็นทางการจากสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีอีกครั้ง)

ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ (รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม) 15 กันยายน 2569

 

 

g6

Click Donate Support Web

NT logo 720x100

GSB720x100px

ใจฟู720x100pxSME720x100 2024EXIM One 720x90 C JPTG 720x100Banner GPF720x100 PXTOA 720x100

CKPower 720x100

QIC 720x100aia 720 x100BKI 720 x 100MTI 720x100MTL 720x100ธกส 720x100