CPF H1/69 รายได้ 283,883 ลบ.กําไรขั้นต้น 43,340 ลบ.ปันผล 0.45 บ./หุ้น
CPF H1/69 รายได้ 283,883 ลบ.กําไรขั้นต้น 43,340 ลบ.ปันผล 0.45 บ./หุ้น
บมจ.เจริญโภคภัณฑ์อาหาร CPF แจ้งตลาดหลักทรัพย์ฯ ผลการดำเนินงานประจำไตรมาส 2 ปี 2569 ว่า รายได้จากการขาย ในไตรมาส 2 ปี 2569 บริษัทมีรายได้จากการขายจํานวน 147,186 ล้านบาท อยู่ในระดับใกล้เคียงกับปีก่อน โดยปัจจัยหลักที่รายได้ไม่เป็นไปตามเป้าหมายเป็นผลจากราคาเนื้อสัตว์ในหลายประเทศปรับตัวลดลง ตามภาวะอุปทานส่วนเกินและกําลังซื้อที่ชะลอตัว โดยเฉพาะราคาสุกรในประเทศไทย รวมถึงราคาสุกรและไก่เนื้อในประเทศฟิลิปปินส์
นอกจากนี้ รายได้จากการขายยังได้รับผลกระทบจากการแปลงค่างบการเงินของกิจการต่างประเทศเป็นสกุลเงินบาท โดยหลักเป็นผลกระทบจากสกุลเงิน เวียดนาม ตุรกี ฟิ ลิปปินส์ และอินเดีย ซึ่งหากไม่รวมผลกระทบการแปลงค่าเงินรายได้จากการขายในไตรมาส 2 ปีนี้เพิ่มขึ้นจากปีก่อนในอัตราร้อยละ 1.3
สําหรับ งวด 6 เดือนแรกปี 2569 บริษัทมีรายได้จากการขาย 283,883 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 3 จากปีก่อน ส่วนหนึ่งเป็นผลกระทบจากการแปลงค่างบการเงินของกิจการต่างประเทศเป็นเงินบาท โดยหลักจากการอ่อนค่าของเงินด่องเวียดนาม รวมถึงเงินตุรกี ฟิลิปปินส์ และอินเดีย
ทั้งนี้ หากไม่รวมผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยน รายได้จากการขายใกล้เคียงกับปีก่อน โดยราคาเนื้อสัตว์ในหลายประเทศที่ปรับตัวลดลงตามภาวะอุปทานส่วนเกินและกําลังซื้อชะลอตัว โดยเฉพาะราคาสุกรในไทยและฟิ ลิปปินส์ ที่ลดลงจากฐานราคาสูงในปีก่อน ขณะที่รายได้จากการขายของจีนลดลงจากความต้องการอาหารเสริมและยาสําหรับสัตว์ที่ชะลอตัว
กําไรขั้นต้นจํานวน 43,340 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 22 จากราคาขายเนื้อสัตว์ที่ตํ่ากว่าปีก่อน และต้นทุนการขนส่งและวัตถุดิบที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่เป็นผลให้ราคานํ้ามันปรับตัวสูงขึ้น ประกอบกับส่วนแบ่งกําไรจากบริษัทร่วมและร่วมค้าลดลงร้อยละ 63 จากผลขาดทุนของธุรกิจสุกรในประเทศจีน ส่งผลให้กําไรสุทธิในส่วนของบริษัทอยู่ที่ 8,951 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 53 จากปีก่อน
ปัจจัยทีอาจมีผลต่อการดําเนินงานหรือการเติบโตในอนาคต ภาวะเศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจในภูมิภาคปี2569 ยังคงเผชิญความไม่แน่นอนจากปัญหาความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์และความขัดแย้งทางการค้าระหว่างประเทศมหาอํานาจ ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อความผันผวนของราคาพลังงาน ค่าใช้จ่ายด้านการจัดส่งและโลจิสติกส์ ตลอดจนความเสี่ยงด้านห่วงโซ่อุปทานในการจัดหาวัตถุดิบผลิต และบรรจุภัณฑ์นําเข้า
นอกจากนี้ ทิศทางนโยบายการเงินของประเทศเศรษฐกิจหลักและความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนยังคงเป็นปัจจัยกดดันต่อการแปลงค่างบการเงินของกิจการในต่างประเทศกลับเป็นสกุลเงินบาท โดยเฉพาะการอ่อนค่าของสกุลเงินท้องถิ่นในบางประเทศ เช่น สกุลเงินด่องของเวียดนาม
ในส่วนของอุตสาหกรรมเกษตรอุตสาหกรรมและอาหาร ทิศทางผลประกอบการยังขึ้นอยู่กับความเร็วในการปรับตัวเข้าสู่จุดสมดุลของอุปสรรคด้านอุปทานสุกรส่วนเกินทั้งในประเทศไทย ประเทศฟิ ลิปปินส์ และประเทศจีน ซึ่งคาดว่าจะค่อยๆฟื้นตัวดีขึ้นตามการทยอยปรับลดกําลังการผลิตของผู้ประกอบการ ขณะเดียวกัน สถานการณ์โรคระบาดในสัตว์ยังคงเป็นความท้าทายที่ต้องบริหารจัดการอย่างใกล้ชิดเพื่อรักษาระดับประสิทธิภาพการเลี้ยง นอกจากนี้ ทิศทางราคาวัตถุดิบอาหารสัตว์สําคัญ เช่น ข้าวโพดและถั่วเหลือง ซึ่งผันผวนตามสภาพภูมิอากาศโลก ยังเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสําคัญต่อต้นทุนการเลี้ยงสัตว์ในระยะถัดไป
อย่างไรก็ดี บริษัทได้ดําเนินนโยบายบริหารจัดการความเสี่ยงเชิงรุกอย่างรัดกุม ทั้งการยกระดับประสิทธิภาพห่วงโซ่อุปทาน และการนําเทคโนโลยีมาเพิ่มประสิทธิภาพในการดําเนินงาน ควบคู่ไปกับการเร่งขยายสัดส่วนกลุ่มสินค้ามูลค่าสูง เช่น ผลิตภัณฑ์ในธุรกิจอาหาร ตลอดจนการผลิตสินค้าที่ตอบโจทย์พฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ เพื่อสร้างความแข็งแกร่งและรักษาอัตราการเติบโตอย่างมั่นคงในระยะยาว
เหตุการณ์สําคัญในไตรมาส 2 ปี 2569 การเข้าลงทุนในบริษัทย่อยใหม่ในประเทศรัสเซีย บริษัท Charoen Pokphand Foods (Overseas) LLC. (CPFO) บริษัทย่อยที่บริษัทลงทุนทั้งทางตรงและทางอ้อมในสัดส่วนร้อยละ 99.99 ได้เข้าซื้อขายเงินลงทุนทั้งหมดใน Novomyasovo LLC. (Novomyasovo)
โดย Novomyasovo เป็นบริษัทที่จดทะเบียนจัดตั้งขึ้นในประเทศรัสเซียและเป็นเจ้าของฟาร์มสุกรและที่ดินในเขต Novgorodskiy ของประเทศรัสเซีย ซึ่งปัจจุบันกลุ่ม CPFO ได้เช่าฟาร์มสุกรขุนจาก Novomyasovo เพื่อดําเนินธุรกิจอยู่แล้ว ดังนั้นการเข้าซื้อกิจการดังกล่าวจะทําให้การดําเนินธุรกิจของกลุ่ม CPFO มีเสถียรภาพมากขึ้น ลดความเสี่ยงจากการที่เจ้าของไม่ต่อสัญญาเช่าและสามารถบริหารจัดการทรัพย์สินให้สอดคล้องกับแผนธุรกิจ
บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จํากัด (มหาชน)และบริษัทย่อย ดําเนินธุรกิจเกษตรอุตสาหกรรมและอาหาร ใน 17 ประเทศด้วยรูปแบบฐานผลิตในท้องถิ่นเพื่อจําหน่ายในท้องถิ่นนั้นเป็นหลัก (Local Production for Local Market) และมีธุรกิจการค้าผลิตภัณฑ์อาหารครอบคลุมกว่า50 ประเทศ ภายใต้วิสัยทัศน์ 'ครัวของโลก'ที่มีเจตนารมณ์ที่ต้องการสร้างความมั่งคงทางอาหารด้วยนวัตกรรมความยั่งยืน ที่มุ่งมั่นในการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่สร้างความพึงพอใจให้กับผู้บริโภคในแต่ละท้องถิ่น ควบคู่ไปกับการสร้างคุณค่าร่วมในการดูแลสังคมและสิ่งแวดล้อม พร้อมการเติบโตทางเศรษฐกิจไปพร้อมกับเกษตรกรและพันธมิตรธุรกิจตลอดห่วงโซ่อุปทาน
ทั้งนี้ มติอนุมัติการจ่ายเงินปันผลระหว่างกาล ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทเมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2569 ได้มีมติอนุมัติการจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลจากผลการดําเนินงานงวด 6 เดือนปีนี้ ในอัตราหุ้นละ 0.45 บาท โดยกําหนดรายชื่อผู้ถือหุ้นที่มีสิทธิได้รับเงินปันผลในวันที่ 1 กันยายน 2569 และจ่ายเงินปันผลในวันที่ 11 กันยายน 2569
คำอธิบายและวิเคราะห์ของฝ่ายจัดการ ไตรมาสที่ 2 สิ้นสุดวันที่ 30 มิ.ย. 2569














