กรมเจรจาติวเข้มเกษตรกร ผู้ประกอบการ พัฒนาสินค้า ใช้ FTA สร้างโอกาสส่งออก
กรมเจรจาติวเข้มเกษตรกร ผู้ประกอบการ พัฒนาสินค้า ใช้ FTA สร้างโอกาสส่งออก
กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ ลงพื้นที่จังหวัดลพบุรีและนครสวรรค์ ติวเข้มเกษตรกร ผู้ประกอบการ กลุ่มสินค้าเกษตรและเกษตรแปรรูป ยกระดับคุณภาพ มาตรฐานสินค้า ใช้ประโยชน์จาก FTA ในการส่งออก และแนะนำวิธีการขอรับเงินสนับสนุนจากภาครัฐ ทั้งโครงการ BDS และกองทุน FTA
นายธัชชญาน์พล อภิมนต์เตชบุตร รองอธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 14-17 ก.ค.2569 ที่ผ่านมา ได้นำทีมวิทยากรภาครัฐและภาคเอกชน จัดสัมมนาเปิดเวทีติวเข้มเกษตรกร วิสาหกิจชุมชน และผู้ประกอบการสินค้าเกษตรและเกษตรแปรรูป อาทิ ชากระท้อน กระท้อนแปรรูป ผักแปรรูป กล้วยแปรรูป ผลิตภัณฑ์สมุนไพร ข้าว แยมมะกรูด ผงมะเขือเทศ และไข่ผำ ในพื้นที่จังหวัดลพบุรีและนครสวรรค์ ภายใต้โครงการเพิ่มศักยภาพเกษตรกรในยุคการค้าเสรี (ร่วมกับสภาเกษตรกรแห่งชาติ) และโครงการพัฒนาความพร้อมทางการค้าของสหกรณ์ไทยสู่การค้าเสรี (ร่วมกับกรมส่งเสริมสหกรณ์)
โดยการจัดสัมมนาครั้งนี้ ได้ให้ความรู้เกี่ยวกับความตกลงการค้าเสรี (FTA) การค้าระหว่างประเทศ กฎระเบียบทางการค้า อัตราภาษีศุลกากร และย้ำถึงความสำคัญของการยกระดับการผลิตสินค้าให้มีมาตรฐาน เช่น อย. ฮาลาล เกษตรอินทรีย์ HACCP GMP GHPs และ Carbon Footprint เป็นต้น เป็นใบเบิกทางให้กับผู้ประกอบการ และเกษตรกรที่ผลิตสินค้าในระดับต้นน้ำได้เห็นถึงความสำคัญของการจัดทำมาตรฐาน อาทิ GAP เกษตรอินทรีย์ และการขึ้นทะเบียนสินค้า GI เพื่อพัฒนาเป็นผู้ประกอบการต่อไป
นอกจากนี้ กรมได้บูรณาการความร่วมมือกับสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) และสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) เพื่อให้ความรู้และสนับสนุนผู้ประกอบการในการยกระดับมาตรฐานสินค้าให้สอดคล้องกับข้อกำหนดของตลาดทั้งในและต่างประเทศ พร้อมสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับมาตรการที่มิใช่ภาษี (NTMs) เช่น ข้อกำหนดด้านสิ่งแวดล้อม และการแสดงข้อมูลโภชนาการบนฉลากอาหาร เป็นต้น รวมทั้งแนะนำแหล่งสนับสนุนเงินทุนจากภาครัฐ อาทิ
กองทุนปรับโครงสร้างการผลิตภาคเกษตร หรือกองทุน FTA จาก สศก. และโครงการ Business Development Service (BDS) ของ สสว. เพื่อช่วยพัฒนามาตรฐานสินค้า บรรจุภัณฑ์ การตรวจวิเคราะห์ผลิตภัณฑ์ การเข้าร่วมงานแสดงสินค้า และการจับคู่ธุรกิจ โดยผู้ประกอบการควรประเมินศักยภาพของตนในห่วงโซ่อุปทาน เพื่อเลือกใช้การสนับสนุนแหล่งเงินทุนได้อย่างเหมาะสม ซึ่งภายหลังการสัมมนามีเกษตรกรและผู้ประกอบการ สนใจสมัครเข้าร่วมโครงการ BDS และขอรับคำปรึกษาแนวทางการขอรับความสนับสนุนจากกองทุน FTA อีกด้วย
“กรมมั่นใจว่า การเปิดเวทีสัมมนาครั้งนี้ เป็นอีกหนึ่งกลไกที่จะช่วยทั้งเกษตรกรและผู้ประกอบการที่มีศักยภาพและความพร้อม พัฒนาเป็นผู้ส่งออก พร้อมใช้ FTA เป็นเครื่องมือสร้างแต้มต่อให้สามารถแข่งขันได้ในตลาดการค้าเสรี เพิ่มช่องทางการตลาดในประเทศและส่งออกตลาด FTA ยกระดับคุณภาพและมาตรฐานสินค้าในระดับสากล รวมถึงนำสินค้าในพื้นที่เข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานในตลาดโลก”นายธัชชญาน์พลกล่าว














