'ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ และ Supply Chain ไทย ผ่านนโยบาย การเงิน และโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล'

Category: คลัง
Published on Tuesday, 28 July 2026 03:50
Hits: 333

600ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง แสดงวิสัยทัศน์ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ และ Supply Chain ผ่านนโยบาย การเงิน และโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล
      ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ปาฐกถาพิเศษ ในหัวข้อ'ขับเคลื่อนเศรษฐกิจและ Supply Chain ไทย ผ่านนโยบาย การเงิน และโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล'โดยเน้นย้ำแนวคิด'พี่ช่วยน้อง'ให้ธุรกิจขนาดใหญ่ยกระดับผู้ประกอบการรายย่อยและคู่ค้าใน Supply Chain ผ่านความรู้ เทคโนโลยี และโอกาสทางธุรกิจ
      พร้อมเสนอบทบาทแพลตฟอร์ม PromptBiz ในการเชื่อมโยงข้อมูลทางธุรกิจ เพิ่มประสิทธิภาพการทำธุรกรรม และสนับสนุนการเข้าถึงแหล่งเงินทุนของ SMEs ซึ่งเป็นกลไกสำคัญของเศรษฐกิจไทย โดยมีผู้กำหนดนโยบาย ผู้บริหารตลาดทุน และผู้นำองค์กรชั้นนำ ร่วมแลกเปลี่ยนแนวทางการขับเคลื่อนห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) ที่ยืดหยุ่น โปร่งใส และยั่งยืน ท่ามกลางความผันผวนของเศรษฐกิจโลก ภูมิรัฐศาสตร์ และกฎระเบียบการค้าที่เปลี่ยนแปลง ในงานสัมมนา SET Sustainability Forum ครั้งที่ 2/2026 หัวข้อ'พลิกความผันผวนของโลกสู่ความได้เปรียบเชิงกลยุทธ์ของ Supply Chain'ณ หอประชุมศาสตราจารย์ สังเวียน อินทรวิชัย ชั้น 7 อาคารตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
       โดยเสนอแนวคิดการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจไทยท่ามกลางความผันผวนของภูมิรัฐศาสตร์โลก ด้วยการเปรียบเทียบกลยุทธ์การทำงานเป็น'โมเดลทีมฟุตบอล'เพื่อดึงดูดทุนและยกระดับซัพพลายเชนยุคใหม่

 

โมเดลทีมฟุตบอลขับเคลื่อนเศรษฐกิจ
ดร.เอกนิติ วางบทบาทการขับเคลื่อนเศรษฐกิจร่วมกันระหว่างรัฐและเอกชนออกเป็น 3 ตำแหน่งหลัก เพื่อให้สอดรับกับการย้ายฐานทุนระดับโลก
กองหน้า (ภาคเอกชน): เป็นผู้ขับเคลื่อนและสร้างรายได้หลักให้ประเทศ
กองกลาง (รัฐบาล): เป็นผู้สนับสนุน ผ่านนโยบายสิทธิประโยชน์และการสร้างโครงสร้างพื้นฐาน
กองหลัง (วินัยทางการคลัง): สร้างความโปร่งใสและบริหารจัดการข้อมูลเพื่อความเชี่ยวชาญและความเชื่อมั่นระดับสากล

นโยบายเชิงรุก'BOI to IPO'
กลยุทธ์สำคัญคือการเชื่อมโยงการลงทุนจากต่างประเทศเข้าสู่ตลาดทุนไทยโดยตรง
     เป้าหมายหลัก : ดึงดูดบริษัทต่างชาติที่เข้ามาลงทุนผ่านบีโอไอ (BOI) ให้เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ไทย (IPO)
      เงื่อนไขเชิงยุทธศาสตร์: บริษัทที่จะเข้ามาต้องใช้ซัพพลายเชนในประเทศไทย และมีมาตรการถ่ายทอดเทคโนโลยีให้กับคนไทย ความคืบหน้าปัจจุบัน: มีบริษัทเทคโนโลยีระดับโลกจากจีน 2 ราย ในกลุ่มอุปกรณ์ส่งข้อมูลความเร็วสูงเพื่อรองรับระบบ AI และยานยนต์สมัยใหม่ แสดงความสนใจที่จะระดมทุนในไทยแล้ว โดยหนึ่งในนั้นมีมูลค่าการลงทุนกว่า 50,000 ล้านบาท

 

โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล และ AI Economy
      ประเทศไทยมุ่งเน้นการพลิกวิกฤติความขัดแย้งของขั้วอำนาจโลก (Geopolitics) ให้เป็นความได้เปรียบเชิงกลยุทธ์ โดยอาศัยจุดแข็ง 3 ด้าน
      รากฐานเทคโนโลยีที่พร้อม : ไทยมีโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลและอุตสาหกรรม AI ที่เพียงพอในการรองรับซัพพลายเชนยุคใหม่
      ความมั่นคงทางอาหาร : มีพื้นฐานอุตสาหกรรมเกษตรที่แข็งแกร่งและปลอดภัย
     ความเป็นกลางทางการค้า : สามารถดำเนินธุรกิจและค้าขายได้กับทุกฝ่ายอย่างสมดุล

 

เกณฑ์กองทุนและบัญชีออมเงินใหม่ TISA
      กระทรวงการคลังนำโดย ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ กำลังเร่งปรับปรุงหลักเกณฑ์ TISA (Thailand Individual Savings Account) เพื่อสรุปให้ชัดเจนภายในเดือนกันยายน 2569 และเตรียมบังคับใช้จริงในเดือนมกราคม 2570
     รื้อเกณฑ์ลดหย่อนเท่าเทียม : คลังตัดสินใจไม่นำแนวคิดเดิมที่ให้สิทธิคนรายได้น้อยมากกว่าคนรายได้สูงมาใช้ แต่จะปรับรูปแบบสิทธิประโยชน์ภาษีให้เท่าเทียมกันทุกกลุ่ม เพื่อลดความซับซ้อนและลดความกังวลเรื่องความเหลื่อมล้ำ
     วงเงินและเงื่อนไขการถือครอง : วงเงินลงทุนสูงสุดอยู่ที่ 600,000 - 800,000 บาทต่อปี โดยปรับรูปแบบเป็นโครงการลดหย่อนภาษีแบบถาวร มีเงื่อนไขต้องถือครองทรัพย์สินอย่างน้อย 5 ปี และถอนได้เมื่ออายุครบ 55 ปี
      เปิดทางลงทุน'หุ้นรายตัว' : ถือเป็นครั้งแรกที่นอกเหนือจากการซื้อกองทุนรวม (เช่น RMF, SSF หรือ ThaiESG เดิม) ผู้เสียภาษีจะสามารถเลือกซื้อหุ้นรายตัว ตราสารหนี้ หรือ ETF ได้โดยตรงภายใต้บัญชี TISA เพื่อนำมาลดหย่อนภาษี

 

มาตรการสนับสนุน SME (สมุดปกน้ำเงิน)
     สมาพันธ์ SME ไทย ได้ส่งมอบ 'สมุดปกน้ำเงิน : ข้อเสนอเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจ MSME และเศรษฐกิจฐานราก' ให้กับ ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ในงาน THAI MSME FORUM 2026 เมื่อปลายเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา เพื่อผลักดันนโยบาย 'MSME Plus'ให้เป็นวาระแห่งชาติ ผ่าน 5 วาระปฏิรูปหลัก
      สร้างโอกาสทางการตลาด : ขยายตลาดทั้งใน-ต่างประเทศ และเปิดทางให้เข้าถึงการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ
      สร้างโอกาสการเข้าถึงทุน : ดร.เอกนิติ ได้สั่งการให้หน่วยงานภาครัฐ เร่งเดินหน้านโยบายดอกเบี้ยต่ำ (Soft Loan) เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการรายเล็กทันที
       ยกระดับด้วยเทคโนโลยี : เร่งส่งเสริมเทคโนโลยีดิจิทัลและ AI มาใช้ลดต้นทุนเพิ่มผลผลิต
       กติกาที่เป็นธรรม : ปรับปรุงกฎหมายและระเบียบภาครัฐให้โปร่งใส เอื้อต่อการทำธุรกิจของรายย่อย
       ขับเคลื่อนสู่อนาคต : เตรียมความพร้อม SME ไทยเข้าสู่กระแสเศรษฐกิจสีเขียว (Green Economy) และดิจิทัล
       นอกจากนี้ กระทรวงการคลังยังมีมาตรการรองรับอย่างโครงการ 'SMEs Credit Boost' ซึ่งปรับลดเงินนำส่งกองทุนฟื้นฟูฯ (FIDF) ของธนาคาร เพื่อนำเงินส่วนดังกล่าวมาใช้เป็นกลไกค้ำประกันสินเชื่อให้กับกลุ่ม SME โดยตรง

 

Click Donate Support Web

NT logo 720x100

GSB720x100px

ใจฟู720x100pxSME720x100 2024EXIM One 720x90 C JPTG 720x100Banner GPF720x100 PXTOA 720x100

CKPower 720x100

QIC 720x100aia 720 x100BKI 720 x 100MTI 720x100MTL 720x100ธกส 720x100