กรมทรัพย์สินทางปัญญา ลงพื้นที่'เชียงใหม่'ติดอาวุธ SME ภาคเหนือ หนุนต่อยอดทุนวัฒนธรรม สร้างแบรนด์ เพิ่มมูลค่าธุรกิจด้วยทรัพย์สินทางปัญญา
พาณิชย์ ลุยเชียงใหม่ ผลักดัน SME ใช้ทรัพย์สินทางปัญญา สร้างโอกาสทางธุรกิจ
กรมทรัพย์สินทางปัญญาเดินหน้าโครงการ 'SME ไทย เพิ่มมูลค่าได้ด้วยทรัพย์สินทางปัญญา'ร่วมกับ สสว.ล่าสุดลงพื้นที่ จ.เชียงใหม่ ติวเข้มผู้ประกอบการกว่า 40 กิจการ ให้มีความรู้ด้านทรัพย์สินทางปัญญา การจดทะเบียน การสร้างแบรนด์ การทำตลาด เตรียมลุยต่ออีก 4 ครั้ง ที่กรุงเทพฯ สงขลา ขอนแก่น และชลบุรี
นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า กรมได้บูรณาการความร่วมมือกับสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) จัดทำโครงการ 'SME ไทย เพิ่มมูลค่าได้ด้วยทรัพย์สินทางปัญญา'เพื่อส่งเสริมให้ผู้ประกอบการ SME ไทย ตระหนักถึงความสำคัญของทรัพย์สินทางปัญญา และสามารถนำไปใช้เป็นเครื่องมือในการเพิ่มมูลค่าทางธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นเครื่องหมายการค้า สิทธิบัตรการประดิษฐ์ สิทธิบัตรการออกแบบผลิตภัณฑ์ อนุสิทธิบัตร
สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) หรือลิขสิทธิ์ ซึ่งล้วนมีบทบาทสำคัญในการสร้างความแตกต่าง สร้างความน่าเชื่อถือ และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการทั้งในประเทศและต่างประเทศ สอดคล้องกับนโยบายของนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ที่มุ่งสร้างความเข้มแข็งให้ผู้ประกอบการ SME ไทย ผ่านการใช้ประโยชน์จากทรัพย์สินทางปัญญาอย่างเป็นรูปธรรม
โดยล่าสุด กรมได้จัดกิจกรรมพัฒนาศักยภาพ SME ในจังหวัดเชียงใหม่และพื้นที่ใกล้เคียง กว่า 40 กิจการ มุ่งเสริมสร้างองค์ความรู้ทรัพย์สินทางปัญญาและการตลาดยุคใหม่ พร้อมสนับสนุนสินค้าท้องถิ่นเข้าสู่ระบบคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาและเตรียมต่อยอดเชิงพาณิชย์อย่างมีประสิทธิภาพ ที่อุทยานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ระหว่างวันที่ 24-25 มิ.ย.2569
ทั้งนี้ ภาคเหนือถือเป็นพื้นที่ ที่มีศักยภาพสูงด้านเศรษฐกิจสร้างสรรค์และผลิตภัณฑ์จากภูมิปัญญาท้องถิ่น ซึ่งสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มผ่านทรัพย์สินทางปัญญาได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยปัจจุบันในภาคเหนือมีผู้ประกอบการ SME กว่า 553,000 ราย คิดเป็น 16.9% ของผู้ประกอบการ SME ทั่วประเทศที่มีอยู่กว่า 3.28 ล้านราย และสร้างการจ้างงานกว่า 1.56 ล้านคน สะท้อนถึงบทบาทสำคัญของภาคเหนือในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของประเทศ กรมจึงจัดกิจกรรมพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการ เพื่อผลักดันให้สินค้าท้องถิ่นของภาคเหนือสามารถต่อยอดมูลค่าด้วยทรัพย์สินทางปัญญา และก้าวสู่ตลาดที่มีศักยภาพสูงยิ่งขึ้น
นายวิโรจน์ จงกลวานิชสุข รองอธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา กล่าวว่า กิจกรรมพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการ SME ในจังหวัดเชียงใหม่และจังหวัดใกล้เคียงในพื้นที่ภาคเหนือครั้งนี้ ได้มุ่งเน้นการเสริมสร้างองค์ความรู้และทักษะที่จำเป็นต่อการดำเนินธุรกิจยุคใหม่ ทั้งความรู้ด้านทรัพย์สินทางปัญญาและการประยุกต์ใช้เชิงพาณิชย์ การตั้งชื่อแบรนด์ เทคนิคการออกแบบโลโก้ กลยุทธ์ทางการตลาด การสร้างแบรนด์ เทคนิคการตลาดออนไลน์ และการสร้างคอนเทนต์เพื่อส่งเสริมการขาย
พร้อมเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการได้รับคำปรึกษาเชิงลึกแบบตัวต่อตัว เกี่ยวกับการจดทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญา มาตรฐานสินค้า การเข้าถึงแหล่งทุน และการพัฒนาธุรกิจอย่างครบวงจร โดยผู้เชี่ยวชาญจากกรมทรัพย์สินทางปัญญาและหน่วยงานพันธมิตร อาทิ สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) และธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (SME D Bank)
นอกจากนี้ ผู้เข้าร่วมกิจกรรมยังได้รับการถ่ายทอดประสบการณ์จากคุณวีรศิษฏ์ ภู่สุวรรณ์ เจ้าของแบรนด์ Ghomlanna แบรนด์งานคราฟต์ที่นำภูมิปัญญาหัตถกรรมล้านนามาต่อยอดเป็นเครื่องประดับและของตกแต่งร่วมสมัย โดยใช้ประโยชน์จากทรัพย์สินทางปัญญาประเภทเครื่องหมายการค้าและสิทธิบัตรการออกแบบผลิตภัณฑ์ในการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้า สะท้อนให้เห็นถึงแนวทางการใช้ทรัพย์สินทางปัญญาเพื่อพัฒนาธุรกิจและยกระดับสินค้าท้องถิ่นสู่ตลาดที่มีมูลค่าสูงได้อย่างเป็นรูปธรรม
สำหรับ การพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการ SME ที่จังหวัดเชียงใหม่ เป็นกิจกรรมครั้งที่ 2 ที่จัดขึ้นภายใต้โครงการ'SME ไทย เพิ่มมูลค่าได้ด้วยทรัพย์สินทางปัญญา'หลังจากดำเนินกิจกรรมครั้งแรกที่จังหวัดราชบุรี โดยมีผู้ประกอบการในธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม สินค้าเกษตรแปรรูป สมุนไพร ผลิตภัณฑ์ชุมชน งานหัตถกรรม และสินค้าไลฟ์สไตล์ เข้าร่วมกว่า 35 กิจการ
โดยกรมมีแผนจัดกิจกรรมอีก 4 ครั้ง ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล สงขลา ขอนแก่น และชลบุรี โดยตั้งเป้าพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการ SME ไม่น้อยกว่า 300 กิจการทั่วประเทศ โดย SME ที่ผ่านการพัฒนา จะได้รับการสนับสนุนค่าธรรมเนียมการยื่นคำขอจดทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญาสูงสุด 3,000 บาทต่อกิจการ พร้อมบริการ Fast Track เพื่อเร่งรัดการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าสำหรับ SME
โดยจะทราบผลการพิจารณาคำขอภายใน 3 เดือน นับจากวันยื่นคำขอ และยังจะต่อยอดโอกาสทางการตลาดให้แก่ผู้ประกอบการผ่านการจัดงานแสดงและจำหน่ายสินค้าและบริการ รวมถึงกิจกรรมจับคู่เจรจาธุรกิจ (Business Matching) ระหว่างผู้ประกอบการ SME กับผู้ซื้อจากภาคธุรกิจต่าง ๆ อาทิ โมเดิร์นเทรด ห้างสรรพสินค้า ร้านค้าส่งค้าปลีก และภาคการผลิต เพื่อขยายช่องทางการตลาดและสร้างโอกาสทางธุรกิจในอนาคต โดยกิจกรรมจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 4–6 ก.ย.2569 ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวสต์เกต

กรมทรัพย์สินทางปัญญา ลงพื้นที่'เชียงใหม่'ติดอาวุธ SME ภาคเหนือ หนุนต่อยอดทุนวัฒนธรรม สร้างแบรนด์ เพิ่มมูลค่าธุรกิจด้วยทรัพย์สินทางปัญญา
กรมทรัพย์สินทางปัญญาเดินหน้ายกระดับผู้ประกอบการไทย ภายใต้โครงการ'SME ไทย เพิ่มมูลค่าได้ด้วยทรัพย์สินทางปัญญา'โดยล่าสุดเมื่อวันที่ 24-25 มิถุนายน 2569 กรมฯ ได้จัดกิจกรรมพัฒนาศักยภาพ SME ในจังหวัดเชียงใหม่และพื้นที่ใกล้เคียง กว่า 40 กิจการ มุ่งเสริมสร้างองค์ความรู้ทรัพย์สินทางปัญญาและการตลาดยุคใหม่
พร้อมสนับสนุนสินค้าท้องถิ่นเข้าสู่ระบบคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาและเตรียมต่อยอดเชิงพาณิชย์อย่างมีประสิทธิภาพ โดยนางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา มอบหมายให้ นายวิโรจน์ จงกลวานิชสุข รองอธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรม ณ อุทยานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา เปิดเผยว่า กรมฯ ได้บูรณาการความร่วมมือกับสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) จัดทำโครงการ'SME ไทย เพิ่มมูลค่าได้ด้วยทรัพย์สินทางปัญญา'เพื่อส่งเสริมให้ผู้ประกอบการ SME ไทย ตระหนักถึงความสำคัญของทรัพย์สินทางปัญญา และสามารถนำไปใช้เป็นเครื่องมือในการเพิ่มมูลค่าทางธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นเครื่องหมายการค้า สิทธิบัตรการประดิษฐ์ สิทธิบัตรการออกแบบผลิตภัณฑ์ อนุสิทธิบัตร สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) หรือลิขสิทธิ์
ซึ่งล้วนมีบทบาทสำคัญในการสร้างความแตกต่าง สร้างความน่าเชื่อถือ และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการทั้งในประเทศและต่างประเทศ สอดคล้องกับนโยบายของรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ (นางศุภจี สุธรรมพันธุ์) ที่มุ่งสร้างความเข้มแข็งให้ผู้ประกอบการ SME ไทย ผ่านการใช้ประโยชน์จากทรัพย์สินทางปัญญาอย่างเป็นรูปธรรม
ทั้งนี้ ภาคเหนือถือเป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพสูงด้านเศรษฐกิจสร้างสรรค์และผลิตภัณฑ์จากภูมิปัญญาท้องถิ่น ซึ่งสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มผ่านทรัพย์สินทางปัญญาได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยปัจจุบันในภาคเหนือมีผู้ประกอบการ SME กว่า 553,000 ราย (คิดเป็น 16.9% ของผู้ประกอบการ SME ทั่วประเทศที่มีอยู่กว่า 3.28 ล้านราย) และสร้างการจ้างงานกว่า 1.56 ล้านคน สะท้อนถึงบทบาทสำคัญของภาคเหนือในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของประเทศ กรมฯ จึงจัดกิจกรรมพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการ เพื่อผลักดันให้สินค้าท้องถิ่นของภาคเหนือสามารถต่อยอดมูลค่าด้วยทรัพย์สินทางปัญญา และก้าวสู่ตลาดที่มีศักยภาพสูงยิ่งขึ้น
ด้าน นายวิโรจน์ จงกลวานิชสุข รองอธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา กล่าวว่า กิจกรรมพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการ SME ในจังหวัดเชียงใหม่และจังหวัดใกล้เคียงในพื้นที่ภาคเหนือครั้งนี้ ได้มุ่งเน้นการเสริมสร้างองค์ความรู้และทักษะที่จำเป็นต่อการดำเนินธุรกิจยุคใหม่ ทั้งความรู้ด้านทรัพย์สินทางปัญญาและการประยุกต์ใช้เชิงพาณิชย์ การตั้งชื่อแบรนด์ เทคนิคการออกแบบโลโก้ กลยุทธ์ทางการตลาด การสร้างแบรนด์ เทคนิคการตลาดออนไลน์ และการสร้างคอนเทนต์เพื่อส่งเสริมการขาย
พร้อมเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการได้รับคำปรึกษาเชิงลึกแบบตัวต่อตัว เกี่ยวกับการจดทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญา มาตรฐานสินค้า การเข้าถึงแหล่งทุน และการพัฒนาธุรกิจอย่างครบวงจร โดยผู้เชี่ยวชาญจากกรมทรัพย์สินทางปัญญาและหน่วยงานพันธมิตร อาทิ สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) และธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (SME D Bank)
นอกจากนี้ ผู้เข้าร่วมกิจกรรมยังได้รับการถ่ายทอดประสบการณ์จากคุณวีรศิษฏ์ ภู่สุวรรณ์ เจ้าของแบรนด์ Ghomlanna แบรนด์งานคราฟต์ที่นำภูมิปัญญาหัตถกรรมล้านนามาต่อยอดเป็นเครื่องประดับและของตกแต่งร่วมสมัย โดยใช้ประโยชน์จากทรัพย์สินทางปัญญาประเภทเครื่องหมายการค้าและสิทธิบัตรการออกแบบผลิตภัณฑ์ในการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้า สะท้อนให้เห็นถึงแนวทางการใช้ทรัพย์สินทางปัญญาเพื่อพัฒนาธุรกิจและยกระดับสินค้าท้องถิ่นสู่ตลาดที่มีมูลค่าสูงได้อย่างเป็นรูปธรรม
นายวิโรจน์ กล่าวเพิ่มเติมว่า การพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการ SME ที่จังหวัดเชียงใหม่ นับเป็นกิจกรรมครั้งที่ 2 ที่จัดขึ้นภายใต้โครงการ'SME ไทย เพิ่มมูลค่าได้ด้วยทรัพย์สินทางปัญญา'หลังจากดำเนินกิจกรรมครั้งแรกที่จังหวัดราชบุรี โดยมีผู้ประกอบการในธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม สินค้าเกษตรแปรรูป สมุนไพร ผลิตภัณฑ์ชุมชน งานหัตถกรรม และสินค้าไลฟ์สไตล์ เข้าร่วมกว่า 35 กิจการ ซึ่งกรมฯ ยังมีแผนจัดกิจกรรมอีก 4 ครั้ง ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล สงขลา ขอนแก่น และชลบุรี โดยตั้งเป้าพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการ SME ไม่น้อยกว่า 300 กิจการทั่วประเทศ
นอกจากการพัฒนาศักยภาพและองค์ความรู้ด้านทรัพย์สินทางปัญญาแล้ว ผู้ประกอบการ SME จะได้รับการสนับสนุนค่าธรรมเนียมการยื่นคำขอจดทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญาสูงสุด 3,000 บาทต่อกิจการ พร้อมบริการ Fast Track เพื่อเร่งรัดการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าสำหรับ SME โดยจะทราบผลการพิจารณาคำขอภายใน 3 เดือน นับจากวันยื่นคำขอ ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนและเพิ่มโอกาสให้ผู้ประกอบการท้องถิ่นเข้าถึงระบบคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ
ทั้งนี้ ภายหลังเสร็จสิ้นกิจกรรมพัฒนาศักยภาพทั้ง 6 ครั้งแล้ว กรมฯ จะต่อยอดโอกาสทางการตลาดให้แก่ผู้ประกอบการผ่านการจัดงานแสดงและจำหน่ายสินค้าและบริการ รวมถึงกิจกรรมจับคู่เจรจาธุรกิจ (Business Matching) ระหว่างผู้ประกอบการ SME กับผู้ซื้อจากภาคธุรกิจต่างๆ อาทิ โมเดิร์นเทรด ห้างสรรพสินค้า ร้านค้าส่งค้าปลีก และภาคการผลิต เพื่อขยายช่องทางการตลาดและสร้างโอกาสทางธุรกิจในอนาคต โดยกิจกรรมจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 4-6 กันยายน 2569 ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวสต์เกต















