สศก.ดัน Agri-Tech ปั้น 4 สินค้าเกษตรมูลค่าสูง ชูโมเดลธุรกิจรายพื้นที่ สร้างมูลค่าเพิ่มถึงมือเกษตรกร

Category: เกษตร
Published on Thursday, 25 June 2026 08:40
Hits: 138

Agri Techปั้น4สศก.ดัน Agri-Tech ปั้น 4 สินค้าเกษตรมูลค่าสูง ชูโมเดลธุรกิจรายพื้นที่ สร้างมูลค่าเพิ่มถึงมือเกษตรกร
      สำนักเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เดินหน้ายกระดับภาคเกษตรไทยสู่เกษตรมูลค่าสูง นำเทคโนโลยีและนวัตกรรมทางการเกษตร (Agri-Tech) มาเป็นเครื่องมือสำคัญในการเพิ่มมูลค่าสินค้า พร้อมพัฒนาโมเดลธุรกิจที่สอดคล้องกับศักยภาพของแต่ละพื้นที่ เพื่อให้เกษตรกรได้รับส่วนแบ่งรายได้จากมูลค่าเพิ่มอย่างเป็นธรรม
      นายพีรพันธ์ คอทอง เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร เปิดเผยภายหลังเป็นประธานเปิดการสัมมนาผลงานวิชาการสินค้าเกษตรมูลค่าสูงด้วย Agri-Tech ภายใต้โครงการบริหารจัดการภาคเกษตรสร้างมูลค่าเพิ่มและโอกาสทางการตลาด เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2569 ว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ให้ความสำคัญกับการขับเคลื่อนแนวคิด “เกษตรนวัตกรรม เพื่อความยั่งยืนเกษตรกรไทย” โดยมุ่งยกระดับสินค้าเกษตรจากรูปแบบสินค้าโภคภัณฑ์ทั่วไป สู่สินค้าเกษตรมูลค่าสูงที่ตอบโจทย์ความต้องการของตลาดและผู้บริโภคยุคใหม่
     ทั้งนี้ สศก. ได้ศึกษาศักยภาพสินค้าเกษตรเป้าหมาย 4 ชนิด ได้แก่ สับปะรด อะโวคาโด ข้าว และกล้วยหอมทอง ซึ่งมีจุดเด่นและโอกาสต่อยอดแตกต่างกัน ทั้งด้านการแปรรูป การสร้างแบรนด์ การพัฒนาผลิตภัณฑ์เฉพาะทาง รวมถึงการเชื่อมโยงตลาดด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของภาคเกษตรไทย
      เลขาธิการ สศก. กล่าวว่า การพัฒนาสินค้าเกษตรมูลค่าสูงไม่สามารถพึ่งการผลิตเพียงอย่างเดียว แต่ต้องอาศัยการวิเคราะห์ข้อมูลตลอดห่วงโซ่อุปทาน ตั้งแต่ต้นทุนการผลิต มาตรฐานสินค้า พฤติกรรมผู้บริโภค แนวโน้มตลาด ไปจนถึงความคุ้มค่าของการลงทุน โดยหัวใจสำคัญคือการจัดทำ Business Model ที่เหมาะสมกับสินค้าและบริบทของแต่ละพื้นที่ เพื่อให้สามารถนำไปใช้ได้จริงและสร้างผลตอบแทนที่ยั่งยืน
       นอกจากนี้ สศก. ยังผลักดันแนวคิด Positive List หรือฐานข้อมูลคุณสมบัติสำคัญของสินค้าเกษตร อาทิ สารสำคัญทางชีวภาพและคุณค่าทางโภชนาการที่สามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับภาคอุตสาหกรรมและผู้บริโภค ตลอดจนเพิ่มโอกาสต่อยอดสู่ตลาดมูลค่าสูง เช่น อาหารสุขภาพ เครื่องสำอาง และผลิตภัณฑ์เฉพาะทางในอนาคต
อีกประเด็น สำคัญคือการสร้างระบบ Value Capture หรือการกระจายผลประโยชน์จากมูลค่าเพิ่มกลับสู่เกษตรกรต้นน้ำอย่างเหมาะสม เพื่อให้เกษตรกรเป็นผู้ได้รับประโยชน์จากการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรม ไม่ใช่เพียงผู้ผลิตวัตถุดิบ แต่เป็นส่วนหนึ่งของห่วงโซ่มูลค่าที่เติบโตไปพร้อมกับผู้ประกอบการและตลาด
     สำหรับ ผลการศึกษาครั้งนี้ มีการรวบรวมข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่างกว่า 1,600 ราย เพื่อนำมาวิเคราะห์พฤติกรรมผู้บริโภคและแนวโน้มตลาด ก่อนสังเคราะห์เป็นแนวทางพัฒนา New Business Model ที่เหมาะสมกับแต่ละพื้นที่ ช่วยลดความเสี่ยงจากการผลิตตามกระแส และเพิ่มโอกาสสร้างรายได้จากสินค้าเกษตรมูลค่าสูงอย่างเป็นรูปธรรม
     นายพีรพันธ์ กล่าวย้ำว่า การพัฒนาสินค้าเกษตรมูลค่าสูงจำเป็นต้องวิเคราะห์ข้อมูลอย่างรอบด้าน ทั้งด้านการผลิต การตลาด ต้นทุน มาตรฐาน สิ่งแวดล้อม และผลประโยชน์ที่เกษตรกรจะได้รับ เพื่อให้การกำหนดนโยบายและการลงทุนด้านเกษตรกรรมเกิดประสิทธิภาพสูงสุด พร้อมยืนยันว่าการลงทุนด้านองค์ความรู้และนวัตกรรมคือรากฐานสำคัญที่จะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตเกษตรกรไทย และสร้างความยั่งยืนให้กับภาคเกษตรในระยะยาว

 

Click Donate Support Web 

NT logo 720x100

GSB720x100pxใจฟู720x100pxSME720x100 2024EXIM One 720x90 C JPTG 720x100Banner GPF720x100 PXTOA 720x100CKPower 720x100QIC 720x100วิริยะ 720x100aia 720 x100BKI 720 x 100MTI 720x100MTL 720x100ธกส 720x100