การกู้เงินจากธนาคารพัฒนาเอเชียสำหรับโครงการรายจ่ายลงทุนเพื่อใช้จ่ายเงินกู้เพื่อพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม (โครงการพัฒนาระบบบริการสาธารณสุข สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข กระทรวงสาธารณสุข)

Category: มติ ครม.
Published on Thursday, 17 September 2026 09:11
Hits: 233

 

การกู้เงินจากธนาคารพัฒนาเอเชียสำหรับโครงการรายจ่ายลงทุนเพื่อใช้จ่ายเงินกู้เพื่อพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม (โครงการพัฒนาระบบบริการสาธารณสุข สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข กระทรวงสาธารณสุข)

 

Gov 8

 

          คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติตามที่กระทรวงการคลัง (กค.) เสนอ ดังนี้

          1. อนุมัติให้ กค. กู้เงินในนามรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยจากธนาคารพัฒนาเอเชีย (Asian Development Bank: ADB) สำหรับโครงการรายจ่ายลงทุนเพื่อใช้จ่ายเงินกู้เพื่อพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม [โครงการพัฒนาระบบบริการสาธารณสุข สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สป.สธ.) กระทรวงสาธารณสุข (สธ.)] (โครงการฯ) กรอบวงเงิน 211,909,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 6,873.53 ล้านบาท 

          2. เห็นชอบร่างสัญญาเงินกู้โครงการฯ (สัญญาเงินกู้ฯ) และเห็นชอบในการใช้อนุญาโตตุลาการในการระงับข้อพิพาทตามเงื่อนไขที่กำหนดใน Asian Development Bank Ordinary Operations Loan Regulations ลงวันที่ 1 มกราคม 2565 ของ ADB

          3. อนุมัติให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังหรือผู้ที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังมอบหมายเป็นผู้ลงนามในสัญญาเงินกู้ในนามรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทย

          4. มอบหมายให้สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (สคก.) จัดทำคำรับรองทางกฎหมาย (Legal Opinion) สำหรับสัญญาเงินกู้ของโครงการฯ ภายหลังจากที่ได้มีการลงนามในสัญญาเงินกู้ดังกล่าวแล้ว

          5. มอบหมายให้ สธ. ปฏิบัติตามหน้าที่ความรับผิดชอบที่ถูกระบุไว้ในคู่มือการปฏิบัติงานร่างสัญญาเงินกู้ กฎเกณฑ์และระเบียบข้อบังคับต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องของ ADB และเอกสารแนบท้ายสัญญาที่เกี่ยวข้อง ตามข้อสังเกตของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด ทั้งนี้ ขอให้ สธ. บริหารสัญญาและกำกับดูแลผู้รับจ้างให้ดำเนินโครงการฯ อย่างมีประสิทธิภาพและดำเนินการเบิกจ่ายเงินกู้ตามระยะเวลาที่กำหนด 

          สาระสำคัญของเรื่อง

          1. เรื่องนี้เป็นการดำเนินการตามมติคณะรัฐมนตรี (22 กรกฎาคม 2568) ที่อนุมัติให้สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สป.สธ.) ดำเนินโครงการรายจ่ายลงทุนเพื่อใช้จ่ายเงินกู้เพื่อพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม [โครงการพัฒนาระบบบริการสาธารณสุข สป.สธ. กระทรวงสาธารณสุข (สธ.)] (โครงการฯ) ของโรงพยาบาล 5 แห่ง ได้แก่ โรงพยาบาลนครพิงค์ จังหวัดเชียงใหม่ โรงพยาบาลสวรรค์ประชารักษ์ จังหวัดนครสวรรค์ โรงพยาบาลมะการักษ์ จังหวัดกาญจนบุรี โรงพยาบาลพระปกเกล้า จังหวัดจันทบุรี และโรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมา ภายใต้กรอบวงเงินรวมทั้งสิ้น 9,044.91 ล้านบาท ซึ่งมีระยะเวลาดำเนินโครงการฯ ตั้งแต่ปี 2568 - 2573 ต่อมากระทรวงการคลัง (กค.) โดยสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) ได้จัดหาแหล่งเงินเพื่อดำเนินโครงการฯ ประกอบด้วย เงินกู้จากธนาคารพัฒนาเอเชีย (Asian Development Bank: ADB) จำนวน 6,873.53 ล้านบาท หรือเทียบเท่า 211,909,000 ดอลลาร์สหรัฐ และเงินงบประมาณของ สธ. จำนวน 2,171.38 ล้านบาท โดยมีสัดส่วนเงินกู้ต่องบประมาณประมาณร้อยละ 76 : 24 ของกรอบวงเงินโครงการฯ รวมทั้ง กค. ได้ดำเนินการเจรจาร่างสัญญาเงินกู้และเอกสารที่เกี่ยวกับ ADB แล้ว โดยคณะกรรมการ ADB ได้อนุมัติเงินกู้เมื่อวันที่ 15 มิถุนายน 2569 ต่อมา กค. ได้ส่งร่างสัญญาโครงการฯ และเอกสารที่เกี่ยวข้องให้กระทรวงการต่างประเทศ (กต.) สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (สคก.) และสำนักงานอัยการสูงสุด (อส.) พิจารณาแล้ว ซึ่งทั้ง 3 หน่วยงาน ได้ให้ข้อสังเกตเพื่อประกอบการพิจารณาดำเนินการของ สบน. และ กค. โดย สบน. ได้ดำเนินการตามข้อสังเกตดังกล่าวด้วยแล้ว กค.จึงขอให้นำเสนอคณะรัฐมนตรีให้ความเห็นชอบร่างสัญญาในกู้โครงการฯ และเอกสารที่เกี่ยวข้องและขอให้ใช้อนุญาโตตุลาการในการระงับข้อพิพาทตามที่กำหนดในร่างสัญญาเงินกู้โครงการฯ รวมทั้งอนุมัติให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังหรือผู้ที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังมอบหมายเป็นผู้ลงนามในนามรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยในสัญญาเงินกู้โครงการฯ 

          2. กต. และ สคก. มีความเห็นสอดคล้องกันว่า ร่างสัญญาเงินกู้โครงการฯ เป็นหนังสือสัญญาตามมาตรา 178 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ซึ่งหากส่วนราชการที่เกี่ยวข้องสามารถปฏิบัติตามพันธกรณีภายใต้ร่างสัญญาเงินกู้ฯ ได้โดยไม่ต้องออกพระราชบัญญัติเพื่อให้การเป็นไปตามหนังสือสัญญา ร่างสัญญาเงินกู้ฯ ก็ไม่เป็นหนังสือสัญญาตามมาตรา 178 วรรคสอง ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ที่จะต้องได้รับความเห็นชอบของรัฐสภา (กค. แจ้งว่า สามารถดำเนินการได้ภายใต้กฎหมายภายในที่มีอยู่ โดยไม่ต้องออกพระราชบัญญัติ จึงไม่เข้าลักษณะหนังสือตามมาตรา 178 วรรคสองและวรรคสาม ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยที่ต้องเสนอรัฐสภาพิจารณาให้ความเห็นชอบ) 

 

 

(โปรดตรวจสอบมติคณะรัฐมนตรีที่เป็นทางการจากสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีอีกครั้ง)

ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ (รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม) 15 กันยายน 2569

 

 

g11

Click Donate Support Web

NT logo 720x100

GSB720x100px

ใจฟู720x100pxSME720x100 2024EXIM One 720x90 C JPTG 720x100Banner GPF720x100 PXTOA 720x100

CKPower 720x100

QIC 720x100aia 720 x100BKI 720 x 100MTI 720x100MTL 720x100ธกส 720x100