AWC สร้างผลประกอบการเติบโตต่อเนื่องอย่างแข็งแกร่ง ไตรมาส 2/2569
AWC สร้างผลประกอบการเติบโตต่อเนื่องอย่างแข็งแกร่ง ไตรมาส 2/2569
รายได้รวม 5,502 ล้านบาท กำไรสุทธิ 1,468 ล้านบาท เดินหน้าเสริมศักยภาพประเทศไทยสู่จุดหมายปลายทางท่องเที่ยวยั่งยืนระดับโลก
พร้อมการเตรียมจัดตั้ง Real Estate Investment Trust (REIT) เสริมพลังความแข็งแกร่

ไฮไลต์ไตรมาส 2/2569
- รายได้รวมอยู่ที่ 5,502 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.6% (YoY) และมีกำไรสุทธิ 1,468 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.6% (YoY) สะท้อนความแข็งแกร่งของพอร์ตธุรกิจที่มีความสมดุลของรายได้จากกลุ่มธุรกิจโรงแรมและการบริการ และกลุ่มธุรกิจคอมเมอร์เชียล
- กลุ่มธุรกิจโรงแรมและการบริการมีรายได้ 2,761 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.7% (YoY) และ EBITDA 742 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.7% (YoY) โดย EBITDA Margin เพิ่มขึ้นจาก 25.9% เป็น 26.9% สะท้อนการฟื้นตัวของโรงแรมในกรุงเทพฯ และการเติบโตของรีสอร์ทระดับลักชัวรีและโรงแรมในเมืองท่องเที่ยวสำคัญ ขณะที่กลุ่มธุรกิจคอมเมอร์เชียลมีรายได้ 2,517 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13.4% (YoY) และ EBITDA 2,137 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13.2% (YoY) โดยมีแรงขับเคลื่อนสำคัญจาก AWC’s Lifestyle Destination และความสำเร็จของเอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์ เดสติเนชั่น
- AWC ศึกษาจัดตั้งกองทรัสต์เพื่
อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (Real Estate Investment Trust - REIT) เพื่อต่อยอดแพลตฟอร์มการเติ บโตระยะยาว โดยเชื่อมโยงความเชี่ยวชาญของ AWC ในการสร้างและพัฒนาจุ ดหมายปลายทางและสินทรัพย์คุณภาพ เข้ากับกอง REIT สำหรับสินทรัพย์ที่เปิดดำเนิ นงานและมีศักยภาพสร้างรายได้อย่ างต่อเนื่อง โดยเบื้องต้นคาดว่ามูลค่าสินทรั พย์ที่จะจำหน่ายให้กอง REIT จะอยู่ภายในวงเงินไม่เกิน 50,000 ล้านบาท เปิดโอกาสให้นักลงทุนเข้าถึ งพอร์ตอสังหาริมทรัพย์คุณภาพ พร้อมสนับสนุนการเติบโตของ AWC และเพิ่มทางเลือกการลงทุ นในตลาดทุนไทย

นางวัลลภา ไตรโสรัส ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท แอสเสท เวิรด์ คอร์ป จำกัด (มหาชน) หรือ AWC เผยผลประกอบการไตรมาส 2/2569 ที่สะท้อนการเติบโตอย่างมีคุณภาพของพอร์ตธุรกิจโรงแรมและคอมเมอร์เชียล ภายใต้กลยุทธ์ Sustainable Growth-Led Strategy ผ่านการต่อยอดทรัพย์สินคุณภาพในจุดหมายปลายทางสำคัญทั่วประเทศ ควบคู่กับการสร้างประสบการณ์ด้านไลฟ์สไตล์การท่องเที่ยว และการใช้ชีวิตที่ตอบโจทย์ดีมานด์คุณภาพสูงจากทั่วโลก

โดยบริษัทมีรายได้รวม 5,502 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.6% (YoY) และมีกำไรสุทธิ 1,468 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.6% (YoY) ทั้งนี้ กำไรจากการดำเนินงาน (EBITDA) อยู่ที่ 2,850 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.6% (YoY) โดยการเติบโตได้รับแรงสนับสนุนจากการขยายตัวของผลการดำเนินงานในทั้งสองกลุ่มธุรกิจหลัก โดยกลุ่มโรงแรมและการบริการได้รับแรงหนุนจากการฟื้นตัวของกลุ่มโรงแรมในกรุงเทพฯ ควบคู่กับผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งของกลุ่มรีสอร์ทระดับลักชัวรีและโรงแรมในเมืองท่องเที่ยวสำคัญนอกกรุงเทพฯ พร้อมกับการบริหารจัดการต้นทุนอยู่มีประสิทธิภาพ ขณะที่กลุ่มธุรกิจคอมเมอร์เชียลมีการทำผลการดำเนินงานโดดเด่น ทั้งธุรกิจศูนย์การค้าและอาคารสำนักงาน

“ผลการดำเนินงานในไตรมาสนี้สะท้อนถึงแผนดำเนินธุรกิจที่มุ่งเน้นการสร้างเติบโตอย่างต่อเนื่อง ผ่านกลยุทธ์ Sustainable Growth-led Strategy ในการบริหารพอร์ตโฟลิโอธุรกิจโรงแรมและคอมเมอร์เชียลให้มีความแข็งแกร่ง และยั่งยืน ซึ่ง AWC ได้เดินหน้าเปิดตัวและพัฒนาโครงการคุณภาพ เพื่อขับเคลื่อนการเติบโตทั้งในมิติ ของรายได้ ผลกำไร และการบริหารจัดการโครงสร้างทางการเงินอย่างมีประสิทธิภาพ ไม่เพียงแต่ตอบโจทย์เป้าหมายการดำเนินงานในอนาคต แต่ยังมุ่งเน้นการสร้างสรรค์จุดหมายปลายทางไลฟ์สไตล์ และการผนึกกำลังกับพันธมิตรระดับโลก AWC เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างปรากฏการณ์พิเศษ เพื่อสนับสนุนประเทศไทยสู่การเป็นจุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยวและไลฟ์สไตล์คุณภาพระดับโลก พร้อมส่งมอบคุณค่าที่ยั่งยืนให้แก่ผู้ถือหุ้น พันธมิตรทางธุรกิจ และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องร่วมเติบโตไปด้วยกัน”

กลุ่มธุรกิจโรงแรมและการบริการฟื้นตัวแข็งแกร่ง รับแรงหนุนจากการท่องเที่ยวคุณภาพ รีสอร์ทระดับลักชัวรีและโรงแรมในเมืองท่องเที่ยวเติบโตต่อเนื่อง ตอกย้ำศักยภาพพอร์ตธุรกิจที่สมดุล
แนวโน้มของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวในครึ่งปีหลังจะมีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้นจากมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวของภาครัฐ โดยบริษัทเดินหน้าขับเคลื่อนการเติบโตผ่านความร่วมมือกับพันธมิตรระดับโลก เพื่อขยายฐานกลุ่มลูกค้าคุณภาพ ส่งผลให้ในไตรมาส 2/2569 กลุ่มธุรกิจโรงแรมและการบริการมีรายได้ 2,761 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.7% (YoY) ได้รับแรงหนุนจากการฟื้นตัวของกลุ่มโรงแรมในกรุงเทพฯ ควบคู่กับการเติบโตของกลุ่มรีสอร์ทระดับลักชัวรีและโรงแรมในเมืองท่องเที่ยวสำคัญซึ่งมีรายได้เฉลี่ยต่อห้องพัก (RevPAR) เติบโตอย่างโดดเด่นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนในหลายจุดหมายปลายทาง อาทิ พัทยามี RevPAR เติบโตสูงถึง 169% จากผลการดำเนินงานที่เติบโตต่อเนื่องของสองโรงแรมใหม่ที่เปิดดำเนินการในปี 2568 เชียงใหม่ยังคงเติบโตแข็งแกร่งด้วย RevPAR เติบโต 31% ในขณะที่เกาะสมุยยังดึงดูดนักท่องเที่ยวคุณภาพได้อย่างต่อเนื่องโดยมี RevPAR เติบโต 10%

การเติบโตดังกล่าวไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะจากการขยายขนาดของพอร์ตธุรกิจ แต่ยังสะท้อนประสิทธิภาพของสินทรัพย์ที่เปิดดำเนินงาน โดยรายได้จากทรัพย์สินที่เปิดดำเนินงานตามปกติเพิ่มขึ้น 7.4% (YoY) ขณะที่ EBITDA ของกลุ่มธุรกิจโรงแรมและการบริการอยู่ที่ 742 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.7% (YoY) ซึ่งเติบโตเร็วกว่ารายได้ ส่งผลให้อัตรากำไร EBITDA Margin เพิ่มขึ้นจาก 25.9% เป็น 26.9% สะท้อนความสามารถในการบริหารต้นทุนและประสิทธิภาพการทำกำไรของพอร์ตโรงแรมได้อย่างต่อเนื่อง
ทั้งนี้ รายได้ของพอร์ตธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มเติบโตสู่ 900 ล้านบาทในไตรมาสนี้ เพิ่มขึ้น 7.3% (YoY) โดย “เอญ่า” รูฟทอป แอท ดิ เอ็มไพร์” มีรายได้ 116 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 32.3% สะท้อนความสำเร็จในการพัฒนาจุดหมายปลายทางด้านร้านอาหาร
กลุ่มธุรกิจคอมเมอร์เชียลเติบโตโดดเด่นจากผลการดำเนินงานของเอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์ เดสติเนชั่น ทั้ง Jurassic World: The Experience, SkyFlyers: Wings of Garudapterus และ Better World Better Future

AWC ยังคงขับเคลื่อนการเติบโตของกลุ่มธุรกิจคอมเมอร์เชียลผ่านกลยุทธ์ “AWC’s Lifestyle Destination” โดยพัฒนาสินทรัพย์จากพื้นที่เชิงพาณิชย์สู่จุดหมายปลายทางด้านไลฟ์สไตล์ที่สามารถดึงดูดผู้ใช้บริการ เพิ่มระยะเวลาและการใช้จ่ายภายในโครงการ ตลอดจนสร้างโอกาสทางรายได้ให้แก่ผู้เช่าและพันธมิตรทางธุรกิจ ส่งผลให้กลุ่มธุรกิจคอมเมอร์เชียลมีรายได้ 2,517 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13.4% (YoY) มี EBITDA อยู่ที่ 2,137 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13.2% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน
ในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 AWC เดินหน้าขับเคลื่อนการเติบโตของกลุ่มธุรกิจโรงแรมและคอมเมอร์เชียล ผ่านการเปิดตัวโครงการใหม่และความร่วมมือกับพันธมิตรระดับโลก เพื่อสร้างจุดหมายปลายทางและประสบการณ์ที่หลากหลาย พร้อมดึงดูดนักท่องเที่ยวคุณภาพจากทั่วโลก โดยเตรียมเปิด โรงแรมแฟร์มอนท์ แบงคอก สุขุมวิท โรงแรมแฟร์มอนท์แห่งแรกในประเทศไทย และ Moxy Pattaya The Aquatique ภายใต้ความร่วมมือกับแมริออท อินเตอร์เนชั่นแนล ควบคู่กับการพัฒนาประสบการณ์ระดับโลก อาทิ ความร่วมมือกับ Universal Destinations & Experiences พัฒนา “Kung Fu Panda” ใจกลางเยาวราช และ “DreamWorks Water Park” ริมหาดพัทยา รวมถึงความร่วมมือกับ EMM Williams Productions เตรียมเปิดตัว Avatar: Guardians of EYWA, THE MAGIC WALK™ ณ เอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์ เดสติเนชั่น ในปี 2570 นอกจากนี้ AWC ยังเดินหน้าพัฒนาจุดหมายปลายทางแห่งอนาคตริมแม่น้ำเจ้าพระยา ทั้งโครงการ “เคเบิ้ลคาร์รักษ์โลกข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา” และ MONA Bangkok ซึ่งเกิดจากความร่วมมือกับ Museum of Old and New Art (MONA) พิพิธภัณฑ์ศิลปะและวัฒนธรรมร่วมสมัยชื่อดังจากออสเตรเลีย รวมทั้ง AWC Riverside Journey จุดหมายปลายทางลักชัวรี ที่เชื่อมโยง 11 จุดหมายปลายทางไลฟ์สไตล์ของ AWC ตลอดแนวแม่น้ำเจ้าพระยา เพื่อร่วมเสริมศักยภาพประเทศไทยในการเป็นจุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยวและไลฟ์สไตล์ระดับโลก และสนับสนุนการเติบโตอย่างยั่งยืนของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย 
ขับเคลื่อนการเติบโตอย่างยั่งยืนเพื่อสร้างคุณค่าระยะยาว
AWC ขับเคลื่อนธุรกิจภายใต้พันธกิจ “สร้างสรรค์อนาคตที่ดีกว่า” (Building Better Future) ผ่านกรอบ 3BETTERs ได้แก่ Better Planet, Better People และ Better Prosperity โดยบูรณาการแนวทางด้านความยั่งยืนเข้ากับการดำเนินธุรกิจ การพัฒนาสินทรัพย์ และการสร้างจุดหมายปลายทาง เพื่อสร้างคุณค่าร่วมให้แก่ผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ควบคู่กับการเติบโตอย่างยั่งยืนของธุรกิจ
แนวทางดังกล่าวได้รับการยอมรับอย่างต่อเนื่องในระดับสากล โดย AWC ติดอันดับ Fortune Southeast Asia 500 ได้รับการจัดอันดับอยู่ใน Top 1% ต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 ได้รับคัดเลือกให้อยู่ใน Dow Jones Best-in-Class Index (DJ BIC) กลุ่มตลาดเกิดใหม่ (Emerging Markets) ต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 และ S&P Global Sustainability Yearbook 2026 ต่อเนื่องเป็นปีที่ 5 รวมถึงได้รับคะแนนเต็ม 100% จาก AGM Checklist 2569 ต่อเนื่องเป็นปีที่ 5 สะท้อนมาตรฐานด้านความยั่งยืนและธรรมาภิบาลของ AWC ตลอดจนความมุ่งมั่นในการสร้างคุณค่าระยะยาวให้แก่ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องและสนับสนุนการเติบโตอย่างยั่งยืนของธุรกิจ
AWC ต่อยอดแพลตฟอร์มการเติบโต ศึกษาจัดตั้งกองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (Real Estate Investment Trust - REIT) เชื่อมสินทรัพย์คุณภาพกับโอกาสการลงทุนระยะยาว
จากความแข็งแกร่งของพอร์ตอสังหาริมทรัพย์และความเชี่ยวชาญในการสร้างและพัฒนาจุดหมายปลายทางของ AWC บริษัทอยู่ระหว่างการศึกษาและเตรียมการจัดตั้งกองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (REIT) เพื่อเป็นอีกหนึ่งแพลตฟอร์มสำคัญในการสนับสนุนการเติบโตของ AWC โดยเชื่อมโยงความสามารถในการพัฒนาและสร้างมูลค่าให้แก่สินทรัพย์ เข้ากับโอกาสการลงทุนในสินทรัพย์ที่เปิดดำเนินงานและมีศักยภาพในการสร้างรายได้อย่างต่อเนื่อง
ภายใต้แนวทางดังกล่าว AWC จะยังคงมุ่งสร้าง พัฒนา และขยายพอร์ตโครงการและจุดหมายปลายทางในทำเลสำคัญทั่วประเทศไทย โดยนำความเชี่ยวชาญด้านการพัฒนาและบริหารอสังหาริมทรัพย์ ตลอดจนความร่วมมือกับพันธมิตรระดับโลก มา สร้างมูลค่าให้แก่สินทรัพย์อย่างต่อเนื่อง ขณะที่กอง REIT ที่อยู่ระหว่างการศึกษาและเตรียมการจัดตั้ง จะเป็นแพลตฟอร์มสำหรับสินทรัพย์ที่เปิดดำเนินงานและมีศักยภาพในการสร้างรายได้ พร้อมเปิดโอกาสให้นักลงทุนทั้งในประเทศและต่างประเทศเข้าถึงพอร์ตอสังหาริมทรัพย์กลุ่มโรงแรมและคอมเมอร์เชียลของไทย
การเชื่อมโยงทั้งสองแพลตฟอร์มจะช่วยสนับสนุนวงจรการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยมูลค่าที่เกิดขึ้นจากสินทรัพย์สามารถเสริมศักยภาพของ AWC ในการพัฒนาโครงการและจุดหมายปลายทางใหม่ ขณะเดียวกันกอง REIT จะมีโอกาสเติบโตจากพอร์ตสินทรัพย์ที่ AWC พัฒนาในอนาคต แนวทางดังกล่าวจะช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นทางการเงินและประสิทธิภาพของโครงสร้างเงินทุนของ AWC ควบคู่กับการเพิ่มทางเลือกการลงทุนในตลาดทุน และสร้างคุณค่าระยะยาวให้แก่ผู้ถือหุ้นและนักลงทุน
คณะกรรมการบริษัทมีมติอนุมัติการจัดตั้ง บริษัท แอสเสท เวิรด์ คอร์ป รีทท์ จำกัด เพื่อเป็นผู้จัดการกองทรัสต์ และอนุมัติในหลักการให้บริษัทดำเนินการศึกษาและเตรียมการเกี่ยวกับการจัดตั้งกอง REIT เพื่อเตรียมความพร้อมด้านโครงสร้างการดำเนินงานและการกำกับดูแลสำหรับแพลตฟอร์มดังกล่าว
ปัจจุบัน บริษัทอยู่ระหว่างการพิจารณาทรัพย์สินที่จะจำหน่ายให้แก่กองทรัสต์ฯ โดยหากการจัดตั้งกองทรัสต์ฯ ดำเนินไปตามแผน คาดว่ามูลค่าสินทรัพย์ที่














