THAI H1/69 มีรายได้รวม 99,650 ลบ.เพิ่มขึ้น 3.3% กำไร 1.16 หมื่นล้าน Q2/69 กำไร 1.54 พันล้าน
THAI H1/69 มีรายได้รวม 99,650 ลบ.เพิ่มขึ้น 3.3% กำไร 1.16 หมื่นล้าน Q2/69 กำไร 1.54 พันล้าน
การบินไทย THAI เปิดผลงานไตรมาส 2/2569 มีรายได้รวมจากการดำเนินงาน 48,621 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.5% จากปีก่อน แม้ต้องเผชิญแรงกดดันจากราคาน้ำมันเครื่องบินที่พุ่งขึ้นถึง 104.6% จากสถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลาง บริษัทฯ มีค่าใช้จ่ายรวม 44,930 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 29.7% ส่งผลให้กำไรจากการดำเนินงานก่อนต้นทุนทางการเงินอยู่ที่ 3,691 ล้านบาท และมี EBIT Margin 17.5%
อย่างไรก็ตาม เมื่อรวมต้นทุนทางการเงิน 3,165 ล้านบาท และรายการพิเศษสุทธิ 335 ล้านบาท ทำให้ ไตรมาส 2/69 มีกำไรสุทธิ 1,537 ล้านบาท ลดลงอย่างมีนัยสำคัญจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 12,134 ล้านบาท ขณะที่ EBITDA อยู่ที่ 8,182 ล้านบาท
สำหรับ งวด 6 เดือนแรกของปี 2569 การบินไทยมีรายได้รวม 99,650 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.3% จากปีก่อน ขณะที่ค่าใช้จ่ายรวมอยู่ที่ 82,213 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14.4% มีกำไรจากการดำเนินงานก่อนต้นทุนทางการเงิน 17,437 ล้านบาท และต้นทุนทางการเงิน 6,152 ล้านบาท ประกอบกับรายการพิเศษสุทธิเป็นรายได้ 1,424 ล้านบาท โดยหลักมาจากกำไรจากการยกเลิกและเปลี่ยนแปลงสัญญาเช่าเครื่องบิน ส่งผลให้ กำไรสุทธิครึ่งปีแรกอยู่ที่ 11,645 ล้านบาท
สถานการณเศรษฐกิจโลกในช่วงไตรมาสที่ 2 ปี 2569 การบินไทยได้รับแรงกดดันจากความไม่สงบในตะวันออกกลาง ซึ่่งส่งผลโดยตรงต่อราคาพลังงานและโภคภัณฑ์ ทำให้เกิดภาวะเงินเฟ้อในวงกว้าง อย่างไรก็ตาม สถานการณ์เริ่ม ปรับตัวดีขึ้นในช่วงปลายไตรมาสเมื่อความตึงเครียดผ่อนคลายลง เป็นผลให้ราคาน้ำมันปรับตัวลดลงจากระดับสูงสุด ประกอบกับสัญญาณการฟื้นตัวของระบบโลจิสติกส์พลังงาน โดยเฉพาะปริมาณการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซที่เริ่ม กลับมาดำเนินการได้อีกครั้ง
แม้ระดับการขนส่งยังต่ำกว่าช่วงก่อนเกิดวิกฤตและตองใช้เวลาในการปรับตัวสู่ภาวะปกติ อย่างไรก็ตาม ความไม่แน่นอนด้านภูมิรัฐศาสตร์จะยังคงเปนปัจจัยที่่ต้องเฝ้าระวังต่อไป ทั้งนี้ รายงาน World Economic Outlook (WEO) ฉบับเดือนกรกฎาคม 2569 โดยกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (International Monetary Fund : IMF) คาดการณ์ว่า เศรษฐกิจโลกปี 2569 จะขยายตัวร้อยละ 3.0 ลดลงเล็กน้อยจากที่คาดการณ์ไว้ใน เดือนเมษายน 2569 ที่ร้อยละ 3.1 อุตสาหกรรมการบินโลกไตรมาสที่ 2 ปี 2569
ด้านสมาคมขนส่งทางอากาศระหว่างประเทศ (International Air Transport Association: IATA) รายงานตัวเลขปริมาณการขนส่งผู้โดยสารทางอากาศ (Revenue Passenger Kilometers: RPK) ลดลงประมาณร้อยละ 2.4 เมื่่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน จากปริมาณการขนส่งผู้โดยสาร ระหว่างประเทศที่ลดลงประมาณร้อยละ 2.6 อันเป็นผลมาจากการหดตัวของปริมาณการขนสงผู้โดยสารในภูมิภาค ตะวันออกกลาง
อย่างไรก็ตาม ปริมาณการขนส่งสินค้า (Revenue Freight Ton-Kilometers: RFTK) ขยายตัวร้อยละ 6.2 สำหรับ ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก สมาคมสายการบินเอเชียแปซิฟิก (Association of Asia Pacific Airlines : AAPA) รายงานจำนวนผู้โดยสารระหว่างประเทศใกล้เคียงกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ปริมาณการขนส่งผู้โดยสาร (RPK) และปริมาณการผลิตด้านผู้โดยสาร (Available Seat Kilometers: ASK) เพิงมขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนร้อยละ 2.9 และร้อยละ 1.8 ตามลำดับ อัตราส่วนการบรรทุกผู้โดยสารเพิ่่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่่ 81.9% เป็น 82.8%
โดยจำนวนผู้โดยสารในช่วงเดือนพฤษภาคมและมิถุนายนลดลงจากการที่สายการบินปรับลดเที่ยวบินระยะสั้น (Shorthaul) เพื่่อบริหารต้นทุน RPK ยังคงเป็นบวก แสดงให้เห็นว่าความต้องการเดินทางในเส้นทางระยะไกล (Long-haul) ยังคงแข็งแกร่ง ในขณะที่่ปริมาณการขนส่งสินค้า (RFTK) และปริมาณการผลิตด่านพัสดุภัณฑ์ (Available Dead Load Kilometers: ADTK) เพิ่มขึ้นร้อยละ 8.5 และร้อยละ 6.2 ตามลำดับ ส่งผลให้อัตราส่วนการขนส่งพัสดุภัณฑ์(Freight Load Factor) เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปกอนที่ 58.6 % เป็น 59.9%
เศรษฐกิจไทยในไตรมาสที่ 2 ปี 2569 ไดแรงหนุนระยะสั้นจากสถานการณความไม่สงบในตะวันออกกลาง ที่่เริ่่มคลี่คลาย ขณะที่การส่งออกโดยเฉพาะอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ยังเติบโตอยางต่อเนื่่อง และการลงทุนจาก ต่างประเทศขยายตัว
อย่างไรก็ดี ต้นทุนพลังงานและต้นทุนการผลิตที่ปรับตัวสูงขึ้นในช่วงก่อนหน้า ยังคงส่งผลกระทบ ต่อภาวะเศรษฐกิจ โดยในภาคการท่องเที่ยว กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยข้อมูลจำนวนนักท่องเที่ยว ต่างชาติเดินทางเข้าประเทศไทยช่วงไตรมาสที่ 2 ปี 2569 จำนวนรวม 6.6 ล้านคน ลดลงร้อยละ 4.4 เมื่อเปรียบเทียบ กับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน นักท่องเที่่ยวส่วนใหญ่เดินทางมาจากภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก คิดเป็นสัดส่วนรอยละ 74.4
ทั้งนี้ ประเทศที่มีนักท่องเที่่ยวเดินทางเข้าประเทศไทยสูงที่สุด 5 อันดับแรก ได้แก่ สาธารณรัฐประชาชนจีน มาเลเซีย สาธารณรัฐอินเดีย สหพันธรัฐรัสเซีย และสหรัฐอเมริกา ขณะที่ภาพรวมจำนวนผู้โดยสารที่เดินทางเข้าออกประเทศไทย ผ่านท่าอากาศยานหลัก 6 แห่งในช่วงเดือนเมษายน-มิถุนายน 2569 มีจำนวนรวม 27.7 ล้านคน ลดลง ร้อยละ 3.7 เมื่่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
โดยเป็นผู้โดยสารเดินทางระหว่างประเทศร้อยละ 61.0 หรือ 16.9 ล้านคน ลดลงร้อยละ 1.4 เมื่่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ผู้โดยสารเดินทางภายในประเทศร้อยละ 39.0 หรือ 10.8 ล้านคน ลดลงร้อยละ 7.2 เมื่่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน อย่างไรก็ตาม IMF ได้ปรับประมาณการ การเติบโตของเศรษฐกิจไทย สำหรับ ปี 2569 เป็นร้อยละ 1.9 เพิ่มขึ้นจากที่่คาดการณ์ไว้ในเดือนเมษายน 2569 ที่ร้อยละ 1. 5
ด้านการขยายฝูงบิน รับเครื่องใหม่ 9 ลำ ช่วงครึ่งปีแรก การบินไทยรับมอบเครื่องบินใหม่รวม 9 ลำ ได้แก่
• Airbus A321neo จำนวน 5 ลำ
• Boeing 787-8 จำนวน 3 ลำ
• Boeing 787-9 จำนวน 1 ลำ
ปัจจุบัน ณ วันที่ 30 มิ.ย. 2569 มีเครื่องบินที่ใช้ดำเนินงาน 84 ลำ รองรับผู้โดยสารรวม 3.66 ล้านคน
อย่างไรก็ตาม ปริมาณการผลิตด้านผู้โดยสาร (ASK) ลดลง 4.4% และปริมาณการขนส่งผู้โดยสาร (RPK) ลดลง 11.3% จากผลกระทบของสถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลาง ขณะที่ Cabin Factor เฉลี่ยอยู่ที่ 71.5% ลดลงจาก 77.0% ในปีก่อน
อีกหนึ่งจุดที่น่าจับตา ณ วันที่ 30 มิ.ย. 2569 การบินไทยมีเงินสดและสินทรัพย์ทางการเงินหมุนเวียนอื่นรวม 123,757 ล้านบาท ขณะที่ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้นเป็น 81,833 ล้านบาท ครึ่งปีหลัง การบินไทยยังเดินหน้าบริหารต้นทุนอย่างเข้มงวด พร้อมติดตามสถานการณ์ตะวันออกกลางอย่างใกล้ชิด ปรับแผนการดำเนินงานให้เหมาะสม และรักษาสภาพคล่อง เพื่อเสริมความสามารถในการแข่งขันและผลักดันการเติบโตอย่างยั่งยืน
Q2 กำไรลดแรงจากต้นทุนน้ำมันพุ่ง แต่ธุรกิจหลักยังทำกำไรจากการดำเนินงานได้ ขณะที่ 6 เดือนแรกยังมีกำไรสุทธิ 1.16 หมื่นล้านบาท และมีสภาพคล่องกว่า 1.23 แสนล้านบาท














