'ไทย-เมียนมา'เปิดบทใหม่ความร่วมมือเศรษฐกิจ ดันการค้าชายแดนฟื้นตัว รับสัญญาณบวกจากการเยือนระดับผู้นำ

Category: พาณิชย์
Published on Saturday, 08 August 2026 16:14
Hits: 203

ผลักดันเมียนมาศุภจี ผลักดันเมียนมา ร่วมประชุม JTC ขอผ่อนปรนมาตรการ Import Licensing
      ศุภจี ร่วมคณะนายกรัฐมนตรีหารือกับประธานาธิบดีเมียนมา ในโอกาสเยือนไทยอย่างเป็นทางการในฐานะแขกของรัฐบาล สบช่องผลักดันจัดประชุมคณะกรรมาธิการร่วมทางการค้า (JTC) ภายในปี 69 หลังว่างเว้นมานานกว่า 10 ปี ขอให้ผ่อนปรนมาตรการเกี่ยวกับใบอนุญาตนำเข้า (Import Licensing) โดยเฉพาะสินค้าจำเป็นต่อการผลิต ขอให้ใช้เงินสกุลบาททำธุรกรรมด้านการลงทุน
      นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ได้ร่วมคณะนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้การต้อนรับนายมิน ออง ไลง์ ประธานาธิบดีสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา ในโอกาสเดินทางเยือนไทยอย่างเป็นทางการในฐานะแขกของรัฐบาล และได้ร่วมหารือเต็มคณะ เพื่อสานต่อและยกระดับความร่วมมือทวิภาคีในทุกมิติ โดยทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องผลักดันความร่วมมือด้านความมั่นคง เศรษฐกิจ การค้า การลงทุน พลังงาน การพัฒนา และการแก้ไขปัญหาข้ามแดน
      โดยในส่วนของความร่วมมือด้านเศรษฐกิจและการค้า ไทยได้ผลักดันให้มีการจัดประชุมคณะกรรมการร่วมทางการค้า (Joint Trade Commission : JTC) ไทย–เมียนมา ครั้งที่ 8 ภายในปี 2569 หลังเว้นว่างมานานกว่า 10 ปี เพื่อเป็นกลไกขับเคลื่อนความร่วมมือทางเศรษฐกิจและขยายมูลค่าการค้าระหว่างสองประเทศสู่เป้าหมาย 12,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ภายในปี 2575
     นอกจากนี้ ไทยยังเสนอให้ส่งเสริมความร่วมมือด้านการเงินเพื่ออำนวยความสะดวกทางการค้าและการลงทุน รวมถึงการพิจารณาเปิดจุดผ่านแดนเพิ่มเติมในพื้นที่ ๆ สถานการณ์เอื้ออำนวย การจัดตั้งคณะทำงานด้านความเชื่อมโยงระหว่างไทยกับเมียนมา การผลักดันความร่วมมือด้านพลังงานทั้งโครงการเดิมและโครงการใหม่ ตลอดจนการส่งเสริมบทบาทของภาคเอกชนผ่านความร่วมมือระหว่างหอการค้าของทั้งสองประเทศทั้งในระดับประเทศและระดับท้องถิ่น
      นางศุภจี กล่าวว่า กระทรวงพาณิชย์ได้หารือเรื่องการผ่อนคลายมาตรการเกี่ยวกับใบอนุญาตนำเข้า (Import Licensing) ของเมียนมา โดยขอให้พิจารณาเพิ่มความสะดวกและความชัดเจนในการออกใบอนุญาตนำเข้า โดยเฉพาะสินค้าที่จำเป็นต่อการผลิต เช่น เครื่องจักรกล วัสดุก่อสร้าง และปูนซีเมนต์ รวมทั้งได้ติดตามความร่วมมือด้านการค้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ภายหลังไทยขยายระยะเวลานำเข้าตามคำขอของเมียนมาจนถึงสิ้นเดือน ส.ค.2569 พร้อมรับทราบข้อเสนอการจัดทำบันทึกความเข้าใจ (MOU) ด้านการค้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ซึ่งจะพิจารณาภายใต้หลักผลประโยชน์ร่วมกันและความสอดคล้องกับกฎหมายและพันธกรณีระหว่างประเทศ
     ขณะเดียวกัน ได้เสนอให้เมียนมาพิจารณาอนุญาตให้ใช้เงินบาทเป็นสกุลเงินสำหรับธุรกรรมด้านการลงทุนเพิ่มเติมจากการค้าสินค้า เพื่อเพิ่มความคล่องตัวในการลงทุนของภาคเอกชนไทย และสนับสนุนการลงทุนในสาขาที่มีศักยภาพ อาทิ พลังงาน อุตสาหกรรมการผลิต บริการทางการเงิน และเหมืองแร่ ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างความเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจระหว่างสองประเทศในระยะยาว
       ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายกรัฐมนตรีและประธานาธิบดีสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา ยังได้ร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีแลกเปลี่ยนเอกสารความร่วมมือจำนวน 3 ฉบับ ครอบคลุมความร่วมมือด้านแรงงาน การจัดการคุณภาพน้ำ และเทคโนโลยีอวกาศ เพื่อเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างไทยและเมียนมาให้มีความใกล้ชิด เป็นรูปธรรม และเกิดประโยชน์ร่วมกันในระยะยาว
      สำหรับ เมียนมาเป็นคู่ค้าอันดับ 8 ของไทยในอาเซียน โดยในปี 2568 การค้ารวมระหว่างสองประเทศมีมูลค่า 7,392.46 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และในช่วง 6 เดือนของปี 2569 (ม.ค.-มิ.ย.) การค้ารวมมีมูลค่า 3,884.96 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 0.21%


ไทย เมียนมา'ไทย-เมียนมา'เปิดบทใหม่ความร่วมมือเศรษฐกิจ ดันการค้าชายแดนฟื้นตัว รับสัญญาณบวกจากการเยือนระดับผู้นำ
      นางอารดา เฟื่องทอง อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยว่า การเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการของนายมิน อ่อง ไลง์ ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา ระหว่างวันที่ 6 – 7 สิงหาคม 2569 นับเป็นหมุดหมายสำคัญของความสัมพันธ์ไทย – เมียนมา ที่อาจเป็น “จุดเปลี่ยน” ในการฟื้นฟูความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ การค้า และการลงทุน หลังจากทั้งสองประเทศเผชิญข้อจำกัดจากสถานการณ์ในเมียนมาตลอดหลายปีที่ผ่านมา โดยการหารือระหว่างผู้นำทั้งสองประเทศครอบคลุมประเด็นสำคัญทั้งการค้า การลงทุน การเชื่อมโยงโครงสร้างพื้นฐาน พลังงาน สิ่งแวดล้อม การพัฒนาแรงงาน ตลอดจนการอำนวยความสะดวกทางการค้า รวมทั้งงาน Thailand – Myanmar Business Forum 2026 ภายใต้แนวคิด “A New Chapter in Thailand – Myanmar Business Partnership” สะท้อนเจตนารมณ์ของทั้งสองฝ่ายในการยกระดับความเป็นหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจให้ก้าวสู่บทใหม่
     อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ กล่าวเพิ่มเติมว่าการเยือนครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่การค้าชายแดนไทย-เมียนมา ยังคงเป็นกลไกหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจแม้จะเผชิญข้อจำกัดจากสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่และมาตรการด้านการค้าของเมียนมา จากข้อมูลสถิติพบว่า ในปี 2568 ไทยและเมียนมามีมูลค่าการค้ารวม 244,051 ล้านบาท โดยเป็นการค้าชายแดนและผ่านแดนสูงถึง 199,112 ล้านบาท หรือคิดเป็นกว่า 81% ของมูลค่าการค้ารวม สะท้อนให้เห็นว่าการค้าระหว่างสองประเทศยังคงพึ่งพาช่องทางชายแดนเป็นหลัก โดยเฉพาะด่านแม่สอด จังหวัดตาก

     ซึ่งเป็นประตูการค้าสำคัญเชื่อมโยงกับเมืองเมียวดี แต่ที่ผ่านมาผู้ประกอบการต้องเผชิญความท้าทายจากหลายปัจจัย ไม่ว่าจะเป็นการเปิด – ปิดด่านชายแดน การขอใบอนุญาตนำเข้า (Import License) ข้อกำหนดด้านเงินตราต่างประเทศ การขนส่งสินค้า และสถานการณ์ความมั่นคง ส่งผลให้ต้นทุนการค้าเพิ่มสูงขึ้นและกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักธุรกิจทั้งสองประเทศ จึงอาจกล่าวได้ว่าการหารือระดับผู้นำครั้งนี้มีความสำคัญในฐานะ “Political Signal” หรือสัญญาณเชิงบวกที่สะท้อนถึงความตั้งใจของรัฐบาลทั้งสองประเทศในการผลักดันความร่วมมือทางเศรษฐกิจอย่างจริงจัง โดยเฉพาะการลดอุปสรรคทางการค้าและการอำนวยความสะดวกด้านการค้าชายแดน
      อีกประเด็นที่สำคัญ คือการที่ฝ่ายไทยเสนอให้มีการจัดประชุมคณะกรรมการร่วมทางการค้าไทย-เมียนมา (Joint Trade Commission: JTC) ภายในปี 2569 เป็นกลไกสำคัญในการหารือและผลักดันการแก้ไขอุปสรรคทางการค้าอย่างเป็นระบบ ไม่ว่าจะเป็นการปรับปรุงขั้นตอนการนำเข้า การลดมาตรการที่มิใช่ภาษี การอำนวยความสะดวกด้านศุลกากร ตลอดจนการพัฒนาโครงข่ายโลจิสติกส์และการเชื่อมโยงการค้าชายแดน ขณะเดียวกันการจัดงาน Thailand – Myanmar Business Forum 2026 ยังช่วยเปิดพื้นที่ให้ภาคเอกชนของทั้งสองประเทศได้พบปะแลกเปลี่ยนข้อมูลทางธุรกิจและสร้างเครือข่ายการค้า ซึ่งจะช่วยต่อยอดความร่วมมือด้านการลงทุนและสร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่ ๆ ในอนาคต
       อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ กล่าวทิ้งท้ายว่า การเยือนประเทศไทยของประธานาธิบดีเมียนมาในครั้งนี้ จึงไม่ใช่เพียงการแลกเปลี่ยนการเยือนในระดับผู้นำ แต่เป็นโอกาสสำคัญในการวางรากฐานความร่วมมือทางเศรษฐกิจครั้งใหม่ที่อาจนำไปสู่การฟื้นตัวของการค้าชายแดนไทย – เมียนมา และสร้างแรงส่งให้เศรษฐกิจชายแดนกลับมาขยายตัวได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน

 

Click Donate Support Web

NT logo 720x100

GSB720x100px

ใจฟู720x100pxSME720x100 2024EXIM One 720x90 C JPTG 720x100Banner GPF720x100 PXTOA 720x100

CKPower 720x100

QIC 720x100aia 720 x100BKI 720 x 100MTI 720x100MTL 720x100ธกส 720x100