ส.อ.ท.ผนึกกระทรวงอุตสาหกรรม ขับเคลื่อนนโยบายยกระดับอุตสาหกรรมไทย เสริมศักยภาพการแข่งขันประเทศสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน
ส.อ.ท.ผนึกกระทรวงอุตสาหกรรม ขับเคลื่อนนโยบายยกระดับอุตสาหกรรมไทย เสริมศักยภาพการแข่งขันประเทศสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน
นางพิมพ์ใจ ลี้อิสสระนุกูล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) พร้อมคณะผู้บริหาร เข้าพบนายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมและคณะ เพื่อหารือแนวทางขับเคลื่อนนโยบายยกระดับอุตสาหกรรมไทย ณ ห้องประชุม 1 ชั้น 2 อาคารสำนักงานปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม
การหารือครั้งนี้ นางพิมพ์ใจ ได้นำเสนอทิศทางการดำเนินงานขององค์กรในวาระปี 2569–2571 ซึ่งมุ่งยกระดับบทบาทของ ส.อ.ท. จากองค์กรผู้แทนภาคอุตสาหกรรม สู่การเป็นพันธมิตรเชิงยุทธศาสตร์ของภาครัฐในการร่วมกำหนดอนาคตภาคอุตสาหกรรมไทย ผ่านการผลักดันนโยบายที่ตอบโจทย์ทั้งการเติบโตทางเศรษฐกิจ การพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการ และการยกระดับความสามารถในการแข่งขันของประเทศในระยะยาว
ประเทศไทยอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของการพัฒนาเศรษฐกิจ ภาคอุตสาหกรรมต้องเผชิญแรงกดดันจากหลายปัจจัยพร้อมกัน ทั้งเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว ความผันผวนด้านภูมิรัฐศาสตร์ การเปลี่ยนแปลงของห่วงโซ่อุปทานโลก การเร่งพัฒนาเทคโนโลยีดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ ตลอดจนมาตรการด้านสิ่งแวดล้อมและการค้าระหว่างประเทศที่มีความเข้มงวดมากขึ้น ซึ่งล้วนส่งผลโดยตรงต่อผู้ประกอบการไทยในทุกระดับ
ด้วยเหตุนี้ ส.อ.ท. จึงกำหนดวิสัยทัศน์การดำเนินงานภายใต้แนวคิด "The New Chapter of Thai Industry" เพื่อเปิดบทใหม่ของภาคอุตสาหกรรมไทย ด้วยยุทธศาสตร์ 5I ซึ่งเป็นกรอบการพัฒนาอุตสาหกรรมไทย ประกอบด้วย Intelligent Industry การยกระดับภาคการผลิตด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล ระบบอัตโนมัติ และปัญญาประดิษฐ์ Innovation & Creative Industry การสร้างมูลค่าเพิ่มผ่านนวัตกรรม งานวิจัย การออกแบบ
และทรัพย์สินทางปัญญา International Alliance & Network การสร้างพันธมิตรทางเศรษฐกิจและเชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทานโลก Industrial Infrastructure Reform การปฏิรูปกฎระเบียบ โครงสร้างพื้นฐาน พลังงาน ทุนมนุษย์และระบบสนับสนุนภาคอุตสาหกรรม และ Inclusive Sustainability การสร้างการเติบโตที่สมดุล เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และไม่ทิ้งผู้ประกอบการทุกขนาดไว้ข้างหลัง
เพื่อให้วิสัยทัศน์ดังกล่าวเกิดผลเป็นรูปธรรม ส.อ.ท. จึงนำเสนอวาระสำคัญต่อกระทรวงอุตสาหกรรม ซึ่งครอบคลุมตั้งแต่ 1. ข้อเสนอเชิงนโยบายเพื่อแก้ไขสถานการณ์วิกฤติอุตสาหกรรมรถกระบะไทย 2. ความร่วมมือเพื่อยกระดับการกำกับดูแลและขยายผล Made in Thailand (MiT) สู่ภูมิภาค 3. การขับเคลื่อนยุทธศาสตร์อุตสาหกรรมเครื่องจักรกลการเกษตร 4. การยกระดับการบริหารจัดการกากอุตสาหกรรมของประเทศไทย 5. โครงการ BUY THAI 6. การพัฒนาและส่งเสริมอุตสาหกรรมฮาลาลไทยให้สามารถแข่งขันในตลาดอาเซียนและสากล รวมทั้ง 7. กลไกความร่วมมือระหว่างกระทรวงอุตสาหกรรมและสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย
ด้านการแก้ไขสถานการณ์วิกฤติอุตสาหกรรมรถกระบะไทย ส.อ.ท. ได้เสนอมาตรการเร่งด่วนเพื่อฟื้นฟูและยกระดับอุตสาหกรรมรถกระบะไทย โดยเสนอให้บูรณาการมาตรการด้านภาษี การเข้าถึงสินเชื่อ การปรับโครงสร้างอุตสาหกรรม การบริหารการค้า และการส่งเสริมการใช้พลังงานชีวภาพ เพื่อรักษาฐานการผลิต การจ้างงาน และความเข้มแข็งของห่วงโซ่อุปทานอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย
นอกจากการเร่งรักษาศักยภาพของอุตสาหกรรมหลักแล้ว ส.อ.ท. ยังให้ความสำคัญกับการสร้างความเข้มแข็งให้กับผู้ประกอบการไทยผ่านการยกระดับระบบ Made in Thailand (MiT) ให้เป็นมากกว่าตรารับรองแหล่งกำเนิดสินค้า แต่เป็นกลไกเชิงยุทธศาสตร์ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจอุตสาหกรรมของประเทศ
โดย ส.อ.ท. เสนอความร่วมมือในการยกระดับการกำกับดูแลและขยายผลตราสัญลักษณ์ Made in Thailand (MiT) สู่ภูมิภาค ผ่านการเชื่อมโยงกับระบบการกำกับดูแลโรงงานและการบูรณาการการทำงานร่วมกับสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัด เพื่อเพิ่มโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยเข้าถึงการรับรองมาตรฐานและสร้างความเชื่อมั่นให้กับสินค้าไทย
นอกจากนี้ ส.อ.ท. ยังได้นำเสนอแนวทางการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมในมิติต่าง ๆ เพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ อาทิ การผลักดันยุทธศาสตร์อุตสาหกรรมเครื่องจักรกลการเกษตร เพื่อเสริมสร้างศักยภาพการผลิตและสนับสนุนการพัฒนาภาคเกษตรของไทยให้เกิดเป็นรูปธรรม การยกระดับการบริหารจัดการกากอุตสาหกรรมตามแนวทางเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy)
และขับเคลื่อนระบบ Auto E-License เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากรและขับเคลื่อนอุตสาหกรรมสีเขียว รวมถึงการผลักดันโครงการ BUY THAI เพื่อส่งเสริมการใช้สินค้าและผลิตภัณฑ์ที่ผลิตในประเทศไทย สนับสนุนผู้ประกอบการไทย ลดการพึ่งพาสินค้านำเข้า และสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับเศรษฐกิจของประเทศ ตลอดจนการพัฒนาและส่งเสริมอุตสาหกรรมฮาลาลไทยให้สามารถแข่งขันในตลาดอาเซียนและตลาดโลก
ทั้งนี้ ส.อ.ท. ยังได้เสนอให้จัดตั้งกลไกความร่วมมือระหว่างกระทรวงอุตสาหกรรมและสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เพื่อบูรณาการการดำเนินงานและผลักดันนโยบายด้านอุตสาหกรรมให้เกิดผลเป็นรูปธรรมอย่างมีประสิทธิภาพ
โดยทั้งสองฝ่าย มีมติจัดตั้งคณะกรรมการอำนวยการร่วมเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจภาคอุตสาหกรรม โดยกำหนดการประชุมทุกๆ 2 เดือน เพื่อติดตามความคืบหน้าการดำเนินงาน โดยมุ่งสร้างกลไกการบูรณาการความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน เพื่อขับเคลื่อนประเด็นตามที่นำเสนอ ผลักดันการพัฒนาอุตสาหกรรมไทย เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการ และขับเคลื่อนเศรษฐกิจอุตสาหกรรมของประเทศให้เติบโตอย่างมั่นคง แข็งแกร่ง และยั่งยืนในระยะยาว
นางพิมพ์ใจ กล่าวทิ้งท้ายว่า ความสำเร็จของการพัฒนาอุตสาหกรรมไทยในระยะต่อไป จะขึ้นอยู่กับการทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน โดย ส.อ.ท. พร้อมร่วมมือกับกระทรวงอุตสาหกรรมในการขับเคลื่อนภาคอุตสาหกรรมไทยในทุกๆ มิติ
ด้านนายวราวุธ กล่าวว่า "ขอขอบคุณสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยที่พร้อมเป็นกำลังสำคัญในการร่วมขับเคลื่อนภาคอุตสาหกรรมไทย โดยกระทรวงอุตสาหกรรมพร้อมทำงานร่วมกับสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และทุกคณะทำงานที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด เพื่อผลักดันนโยบายและมาตรการต่างๆ ให้เกิดผลเป็นรูปธรรม"
การหารือครั้งนี้ มีผู้บริหาร ส.อ.ท. เข้าร่วม ได้แก่ นายกิตติ ตั้งจิตรมณีศักดา รองประธานอาวุโส ส.อ.ท. และประธานสายงานกฎหมาย นายปณิธาน ปวโรฬารวิทยา เลขาธิการ ส.อ.ท. นางกนิษฐ์ เมืองกระจ่าง รองประธาน ส.อ.ท. และประธานสายงานมาตรฐานอุตสาหกรรมและศักยภาพในการแข่งขัน นายปรีดา วัชรเธียรสกุล รองประธาน ส.อ.ท และประธานสถาบันน้ำ สิ่งแวดล้อม และ Climate Change นายมนตรี มหาพฤกษ์พงศ์ รองประธาน ส.อ.ท. และประธานสายงานเศรษฐกิจและวิชาการ นายไพรัตน์ เอื้อชูยศ รองประธาน ส.อ.ท. และประธานสายงานส่งเสริมและสนับสนุนสภาอุตสาหกรรมจังหวัด ดร.วิรัช ฉัตรดรงค์ รองประธาน ส.อ.ท. และประธานสถาบันดิจิทัลเพื่ออุตสาหกรรม นายสุวัชร์ ศุภกาญจน์เดชากุล รองประธาน ส.อ.ท. และประธานกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ นายสุพจน์ สุขพิศาล กรรมการบริหาร ส.อ.ท. นายญาณพล ลิปนะโชคชัย ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมเครื่องจักรกลการเกษตร นายกฤษฎา ประเสริฐสุโข รองประธานคณะอนุกรรมการส่งเสริมธุรกิจภูมิภาคอาเซียน สายงานอาเซียนและโลจิสติกส์ นายธนวัฒน์ จิตบรรเทิงพันธ์ อนุกรรมการและเลขานุการ คณะอนุกรรมการส่งเสริมธุรกิจภูมิภาคอาเซียน สายงานอาเซียนและโลจิสติกส์ และนางสาวศิโรรัตน์ สุภาษา ที่ปรึกษากลุ่มอุตสาหกรรมเครื่องจักรกลการเกษตร
ในส่วนของกระทรวงอุตสาหกรรม มีผู้บริหารเข้าร่วม ได้แก่ นายณัฐพล รังสิตผล ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม นางสาวณัฏฐิญา เนตยสุภา อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม นายศุภกิจ บุญศิริ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม นายเอกนิติ รมยานนท์ เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม นายใบน้อย สุวรรณชาตรี เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย รวมทั้งนายอดิทัต วะสีนนท์ อธิบดีกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่














