DITP ชี้เป้าผู้ส่งออก ขายอาหารจากพืช อาหารเฉพาะบุคคล เจาะตลาดแคนาดา
DITP ชี้เป้าผู้ส่งออก ขายอาหารจากพืช อาหารเฉพาะบุคคล เจาะตลาดแคนาดา
กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) สำรวจตลาดอาหารวีแกนในแคนาดา พบขยายตัวต่อเนื่อง หลังคนรุ่นใหม่ให้ความสำคัญกับสุขภาพ สิ่งแวดล้อม และความยั่งยืน แนะผู้ประกอบการไทย เปลี่ยนจากการขายอาหารเพียงอย่างเดียว และใช้จุดแข็งของไทย ผสานเทรนด์โลก ขายอาหารจากพืช อาหารเฉพาะบุคคล มั่นใจเพิ่มโอกาสในการส่งออกได้แน่
น.ส.สุนันทา กังวาลกุลกิจ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า กรมได้มอบนโยบายให้ทูตพาณิชย์ที่ประจำอยู่ในประเทศต่างๆ ทำการสำรวจลู่ทางการค้า และโอกาสการส่งออกสินค้าไทยไปยังประเทศที่ประจำอยู่ ตามนโยบายนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ล่าสุดได้รับรายงานจากนางชญาดา สิรินุกุล ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ นครแวนคูเวอร์ ประเทศแคนาดา ถึงผลการสำรวจตลาดอาหารวีแกนในแคนาดา การบริโภคของกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่ให้ความสำคัญกับสุขภาพ สิ่งแวดล้อม ความยั่งยืน และโอกาสในการส่งออกอาหารของผู้ประกอบการไทยไปยังตลาดแคนาดา
โดยทูตพาณิชย์ได้รายงานว่า ปัจจุบันเทรนด์อาหารวีแกนและอาหาร Plant-Based ในแคนาดา ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในกลุ่มผู้บริโภครุ่นใหม่ที่ให้ความสำคัญกับสุขภาพ สิ่งแวดล้อม และความยั่งยืนมากขึ้น แม้ผู้บริโภคจำนวนมากอาจไม่ได้รับประทานวีแกนแบบ 100% แต่เริ่มหันมาลดการบริโภคเนื้อสัตว์ และเลือกเมนูจากพืชเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันมากขึ้น และยังมองหาอาหารที่ดีต่อสุขภาพ ควบคู่ไปกับรสชาติที่อร่อยและเข้าถึงง่าย ส่งผลให้ตลาดอาหาร Plant-Based มีการพัฒนาอย่างหลากหลาย ทั้งในด้านวัตถุดิบ รสชาติ และนวัตกรรมอาหาร เพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคในปัจจุบัน
สำหรับ แนวโน้มของอาหารในแคนาดาขณะนี้ ได้แก่ ผู้บริโภคเริ่มให้ความสำคัญกับแหล่งโปรตีนที่สะอาด เป็นธรรมชาติ และผ่านการแปรรูปน้อย แทนอาหาร Plant-Based ที่ผ่านกระบวนการผลิตซับซ้อนสูง แต่ผลิตภัณฑ์ทางเลือกอย่างเบอร์เกอร์หรือไส้กรอกจากพืช ยังพบเห็นได้ในร้านค้าที่จำหน่าย โดยจะอยู่ควบคู่กับอาหารแนว whole foods ที่ใกล้เคียงธรรมชาติมากขึ้น ใยอาหาร (Fiber) ได้รับความสนใจมากขึ้นควบคู่กับโปรตีน เนื่องจากผู้บริโภคตระหนักถึงความสำคัญของสุขภาพระบบย่อยอาหาร การควบคุมน้ำหนัก และการดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน ส่งผลให้ผลิตภัณฑ์อาหารที่มีใยอาหารสูงมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นในตลาดอย่างต่อเนื่อง
นอกจากนี้ อาหารจากพืชเชิงฟังก์ชันและขนมเพื่อสุขภาพ ได้รับความนิยมมากขึ้น เช่น เห็ดเชิงฟังก์ชัน ซึ่งกำลังเติบโตอย่างรวดเร็วจากความตระหนักของผู้บริโภคเกี่ยวกับคุณประโยชน์ด้านสุขภาพ อาหารที่ดีต่อสุขภาพลำไส้ เช่น โยเกิร์ต คีเฟอร์ กิมจิ และซาวเคราท์ ก็ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง รวมถึงตลาดขนมขบเคี้ยวเพื่อสุขภาพก็เติบโตมากขึ้น ไข่และชีสวีแกน เติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยได้รับแรงสนับสนุนจากปัญหาราคาไข่ที่สูงขึ้น การระบาดของไข้หวัดนก และความไม่แน่นอนของอุตสาหกรรมปศุสัตว์ ทำให้ผู้บริโภคและผู้ผลิตหันมาสนใจผลิตภัณฑ์จากพืชมากขึ้น
ขณะเดียวกัน ร้านอาหารวีแกน ไม่ได้กำลังหายไป แต่กำลังเปลี่ยนรูปแบบไปสู่การสร้างชุมชน ความแตกต่าง และประสบการณ์ที่โดดเด่นมากขึ้น เทรนด์รสชาติอาหารนานาชาติ โดยเฉพาะอาหารเกาหลี ตะวันออกกลาง และเมดิเตอร์เรเนียน จะมีบทบาทสำคัญมากขึ้นในตลาดอาหารวีแกนและ Plant-Based โดยกระแส K-pop และวัฒนธรรมเกาหลีช่วยผลักดันความนิยมของเมนูเกาหลีจากพืช เช่น บูลโกกิ มันดู และไก่เกาหลีวีแกน กำลังเติบโตในตลาดอเมริกาเหนือ และจะมีอาหารวีแกนที่ออกแบบสำหรับผู้ใช้ GLP-1 มากขึ้น เช่น กลุ่มเบาหวาน
“จากเทรนด์อาหารข้างต้น สะท้อนให้เห็นว่า ตลาดอาหารในแคนาดากำลังก้าวเข้าสู่ยุคที่ผู้บริโภคให้ความสำคัญทั้งเรื่องสุขภาพ รสชาติ และความยั่งยืนไปพร้อมกัน ซึ่งนับเป็นโอกาสสำคัญสำหรับผู้ประกอบการอาหารไทยในการพัฒนาสินค้าและเมนูใหม่ๆ ให้ตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่ โดยผู้ประกอบการไทยควรเปลี่ยนจากการมุ่งเน้นการขายอาหารเพียงอย่างเดียว แต่ให้ความสำคัญไปสู่การขายประสบการณ์ ร่วมกับสุขภาพและความยั่งยืน
โดยใช้จุดแข็ง คือ รสชาติไทยผสมผสานกับเทรนด์อาหารโลก เช่น อาหารจากพืช อาหารเฉพาะบุคคล เพื่อสามารถแข่งขันในตลาดอาหารได้อย่างมั่นคงและและยั่งยืนท่ามกลางความท้าทายด้านต้นทุนและสถานการณ์โลกที่ผันผวน”น.ส.สุนันทากล่าว















