ไทยเบฟน้อมนำพระราชปณิธาน ดำเนินโครงการมุ่งสร้างประโยชน์ให้ชุมชนประชาชนมีความสุข เนื่องในโอกาสปีมหามงคลพุทธศักราช 2569 - 2570
ไทยเบฟน้อมนำพระราชปณิธาน
ดำเนินโครงการมุ่งสร้างประโยชน์ให้ชุมชนประชาชนมีความสุข
เนื่องในโอกาสปีมหามงคลพุทธศักราช 2569 - 2570

เนื่องในโอกาสปีมหามงคลพุทธศักราช 2569 และ 2570อันประกอบด้วยวาระพิเศษปี 2569
ปี 2570
ทรงเจริญพระชนมายุ72 พรรษา
กลุ่มบริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) (“ไทยเบฟ”) โดยนายฐาปน สิริวัฒนภักดี ประธานเจ้าหน้าที่บริหารขอน้อมนำพระปฐมบรมราชโองการของพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทร
มหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ที่จะทรง “สืบสาน รักษา และต่อยอด และครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งอาณาราษฎรตลอดไป” พร้อมทั้งน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงตามแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร มาเป็นแนวทางในการดำเนินงาน เพื่อนำไปต่อยอดและขยายผลโดยมุ่งหมายให้ “สร้างประโยชน์ให้ชุมชน ประชาชนมีความสุข”
ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ ไทยเบฟพร้อมด้วยเครือข่ายพันธมิตรภาคเอกชนและ
ภาคธุรกิจในชุมชน ขอน้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวายการดำเนินงานเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนไทย
สนองพระราชปณิธานของล้นเกล้าในหลวงรัชกาลที่ 10และรัชกาลที่ 9ในฐานะพสกนิกรของพระองค์ เนื่องในโอกาสปีมหามงคลพุทธศักราช 2569 และ 2570
ไทยเบฟให้ความสำคัญในการพัฒนาเพื่อความยั่งยืนในทุกมิติ รวมถึงการเสริมสร้างความเข้มแข็งและความมั่นคงให้กับชุมชนมาอย่างต่อเนื่องโดยในปี 2558ได้ร่วมกับภาครัฐ ภาคเอกชน และองค์กรชุมชน ขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากผ่านการจัดตั้งบริษัท รู้รักสามัคคี วิสาหกิจเพื่อสังคม (ประเทศไทย) จำกัด(เดิมชื่อ บริษัท ประชารัฐรักสามัคคี วิสาหกิจเพื่อสังคม (ประเทศไทย) จำกัด) ดำเนินงานในระดับประเทศและในทุกจังหวัด และในปลายปี 2568 ไทยเบฟได้ขยายการดำเนินงานเพื่อชุมชนผ่านการริเริ่ม“โครงการด้วยจงรักและภักดี สร้างประโยชน์ให้ชุมชนประชาชนมีความสุข”โดยได้จัดตั้งบริษัท ชุมชนเข้มแข็ง พอเพียง (ประเทศไทย) จำกัดและบริษัทในระดับอำเภอทั่วประเทศด้วยแนวคิดในการจัดตั้งวิสาหกิจเพื่อสังคม
โดยมุ่งเน้น“การสร้างประโยชน์ให้ชุมชนประชาชนมีความสุข”พร้อมทั้งสร้างโอกาสในการทำงานร่วมกัน (Integrated Platform) รวมถึงการเสริมสร้างศักยภาพของคนในพื้นที่ระดับอำเภอและสร้างประโยชน์ในท้องถิ่น ตลอดจนร่วมกันพัฒนาและยกระดับท้องถิ่นสู่สากล ควบคู่กับการนำองค์ความรู้และมาตรฐานสากลมาพัฒนาท้องถิ่น (Drive Local to Global and Bring Global to Local)













