บจ. มีรายได้ชะลอลงทั้งในงวด 9 เดือนแรกปี 2568 และไตรมาส 3 ตามภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว

Category: ตลาดหลักทรัพย์
Published on Tuesday, 02 December 2025 10:02
Hits: 404
LINE it!
บจ. มีรายได้ชะลอลงทั้งในงวด 9 เดือนแรกปี 2568 และไตรมาส 3 ตามภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว
0 Share

12070 SET Sorawit 

 

บจ. มีรายได้ชะลอลงทั้งในงวด 9 เดือนแรกปี 2568 และไตรมาส 3 ตามภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว

          ● เศรษฐกิจในประเทศที่ชะลอลงและเงินบาทที่แข็งค่า ส่งผลลบต่อผลประกอบการชัดเจนขึ้น ทั้งนี้ ธุรกิจที่ยังเติบโตได้ดี คือ หมวดเทคโนโลยีและการสื่อสาร และธุรกิจประกัน

          ● งวด 9 เดือนแรกมียอดขายและกำไรจากการดำเนินงานลดลง แต่กำไรสุทธิเพิ่มขึ้นมาจากกำไรจากการปรับโครงสร้างธุรกิจและการลงทุน

          ● ในไตรมาส 3/2568 บจ. เกือบทุกหมวดธุรกิจมียอดขาย และกำไรจากการดำเนินงานลดลง

 

          นายสรวิศ ไกรฤกษ์ รองผู้จัดการ สายงานผู้ออกหลักทรัพย์ และสายงานการตลาด ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า บจ. จำนวน 817 บริษัท คิดเป็น 98.7% จากทั้งหมด 828 บริษัท (รวม SET และ mai ที่มีกำหนดส่งงบการเงิน ณ สิ้นงวด 30 กันยายน 2568 และไม่รวมกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน) นำส่งผลการดำเนินงานงวด 9 เดือนปี 2568 พบว่ามี บจ. รายงานกำไรสุทธิ 602 บริษัท คิดเป็น 73.7% ของ บจ. ที่นำส่งงบการเงินทั้งหมด

          ผลการดำเนินงานงวด 9 เดือนแรกปี 2568 เทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน บจ. ใน SET มียอดขาย 12,432,596 ล้านบาท ลดลง 6.0% ต้นทุนการผลิตและค่าใช้จ่ายการขายและบริหารลดลง 6.6% และ 1.2% ตามลำดับ ทำให้ บจ. มีกำไรจากการดำเนินงานหลัก (Core profit) 844,047 ล้านบาท ลดลง 7.3% อย่างไรก็ดี บจ. ขนาดใหญ่หลายแห่งมีกำไรจากการควบรวมกิจการ การปรับโครงสร้างธุรกิจ และการลงทุนเพิ่มขึ้น ส่งผลให้ บจ. มีกำไรสุทธิ 886,814 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 20.8% ทั้งนี้ หากไม่รวม บจ. ในหมวดธุรกิจพลังงานและปิโตรเคมีภัณฑ์ บจ. มียอดขายลดลง 0.7% และมีกำไรจากการดำเนินงาน และกำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 1.2% และ 16.4% ตามลำดับ ด้านฐานะการเงินของ บจ. ณ วันที่ 30 กันยายน 2568 มีอัตราส่วนหนี้สินต่อทุน หรือ D/E ratio (ไม่รวมอุตสาหกรรมการเงิน) อยู่ที่ 1.49 เท่า ลดลงจาก 1.56 เท่า ณ ช่วงเดียวกันในปีก่อน

          สำหรับงวดไตรมาส 3/2568 เทียบกับไตรมาส 3/2567 บจ. ส่วนใหญ่มียอดขายลดลง แต่มีกำไรจากการดำเนินงานและกำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 21.0% และ 31.4% ตามลำดับ เนื่องจาก บจ. ในธุรกิจโรงกลั่นน้ำมันมีราคาส่วนต่างค่าการกลั่นต่ำผิดปกติในปีก่อน ทั้งนี้ หากไม่รวม บจ. ในหมวดธุรกิจพลังงานและปิโตรเคมีภัณฑ์ บจ. มียอดขายและมีกำไรจากการดำเนินงานลดลง 11.9% และ 3.2% ตามลำดับ และมีกำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 5.3% 

 

 ผลประกอบการ

 1) รวมทุกหมวดธุรกิจ

ไตรมาส 3/2568

เทียบกับ 

ไตรมาส 3/2567 (%yoy)

9M 2568

เทียบกับ 

9M 2567 (%yoy)

      ยอดขาย

-12.4%

-6.0%

      กำไรจากการดำเนินงาน

21.0%

-7.3%

      กำไรสุทธิ

31.4%

20.8%

 2) หมวดธุรกิจทั่วไป 

      (ไม่รวมหมวดพลังงานและปิโตรเคมีภัณฑ์)

 

 

      ยอดขาย

-11.9%

-0.7%

      กำไรจากการดำเนินงาน

-3.2%

1.2%

      กำไรสุทธิ

5.3%

16.4%

 

          “นอกจากความท้าทายของราคาน้ำมันที่ลดลงแล้ว เศรษฐกิจไทยซึ่งเติบโตในอัตราชะลอลง และค่าเงินบาทที่แข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯ เริ่มส่งผลกระทบชัดเจนกับยอดขาย บจ. ไทยในไตรมาส 3 โดยเกือบทุกหมวดธุรกิจมียอดขายลดลง และกระทบกับภาพรวมในช่วง 9 เดือนแรกของปี โดยเฉพาะหมวดบริการซึ่งเคยเป็นจุดแข็งของประเทศ เริ่มมีผลประกอบการลดลงอย่างชัดเจนในไตรมาส 3 สำหรับหมวดธุรกิจที่ยังเติบโตได้ดี คือ หมวดธุรกิจประกันภัย ตามแนวโน้มการออมและการประกันความเสี่ยงของสัมคมผู้สูงอายุ และหมวดโทรคมนาคม ได้รับปัจจัยบวกจากความต้องการใช้ Data และ Internet เพิ่มตามแนวโน้มการปรับสู่สังคม Digital ที่เติบโต” นายสรวิศ กล่าว

          ด้านผลการดำเนินงานของ บจ. ในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) รายงานผลการดำเนินงานงวด 9 เดือน ปี 2568 มียอดขายรวม 151,127 ล้านบาท ลดลง 3.6% ต้นทุนขาย 111,422 ล้านบาท ลดลง 4.0% ทำให้มีกำไรขั้นต้น 39,705 ล้านบาท ลดลง 2.2% ทั้งนี้ บจ. มีค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้น 2.2% ส่งผลให้ บจ. มีกำไรจากการดำเนินงาน 9,702 ล้านบาท ลดลง 13.5% และมีกำไรสุทธิรวม 3,722 ล้านบาท ลดลง 38.9%

 

12070 SET info 1

12070 SET info 2 

 

12070

Click Donate Support Web 

EXIM One 720x90 C JPTG 720x100Banner GPF720x100 PXTOA 720x100SME720x100 2024CKPower 720x100

QIC 720x100วิริยะ 720x100aia 720 x100BKI 720 x 100MTI 720x100MTL 720x100ธกส 720x100ใจฟู720x100px